รู้จักจุฬาฯ
การบริหาร
อัตลักษณ์มหาวิทยาลัย
Green University
Sustainability
ติดต่อจุฬาฯ
บริจาคให้จุฬาฯ
หลักสูตร
การสมัครเข้าศึกษา
หน่วยงานการศึกษา
บริการนิสิต
บริการวิชาการ
บริการทางการแพทย์
บริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพ
สารสนเทศและการสื่อสาร
พื้นที่สร้างสรรค์
ข่าวสารและความเคลื่อนไหว
วารสารจุฬาฯ
สาระความรู้
Highlights
12 กุมภาพันธ์ 2569
ผู้เขียน ญาดา หริรักษาพิทักษ์
Rare Earth Elements ธาตุหายากที่มีมากใต้ผืนแผ่นดินไทย อาจารย์จุฬาฯ แนะไทยเร่งสำรวจหาข้อมูลปริมาณธาตุที่ชัดเจน วางนโยบายบริหารจัดการอย่างรอบด้าน เพื่อไม่พลาดโอกาสทองในการสร้างมูลค่าเศรษฐกิจใหม่อย่างยั่งยืน
ธาตุหายาก หรือ แรร์เอิร์ธ (Rare Earth Elements) เริ่มเป็นที่สนใจและถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในฐานะเป็นแหล่งพลังงานยุคใหม่ศักยภาพสูงที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเทคโนโลยีและโลกแห่งอนาคต หลายประเทศมหาอำนาจจึงมุ่งสำรวจ สะสม และใช้ประโยชน์จากธาตุหายากเพื่อสร้างความเจริญและมั่งคั่งทางเศรษฐกิจให้กับประเทศตน
สำหรับประเทศไทย หากวัดปริมาณธาตุหายากจากความสนใจและการพยายามเข้ามาของชาติมหาอำนาจในประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว ก็อาจคาดเดาได้ว่าไทยน่าจะมีธาตุหายากในปริมาณมากทีเดียว
เมื่อต่างชาติสนใจทรัพยากรใต้ผืนแผ่นดินไทย ทุกภาคส่วนในประเทศรวมถึงประชาชนคนไทยเองก็ควรตระหนักถึงความสำคัญของธาตุหายากเพื่อร่วมกันบริหารทรัพย์ในดินของชาติเพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและอนาคต
“ต่างชาติเข้ามาเคาะประตูบ้านเราแล้วบอกว่าในบ้านคุณมีสมบัติอยู่ เราก็ควรหันกลับมาดูว่าเรามีสมบัติซ่อนไว้ในบ้านเท่าไร” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อลงกต ฝั้นกา จากหน่วยปฏิบัติการวิจัยแร่และศิลาวิทยาประยุกต์ ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเปรียบเทียบ และตั้งประเด็นคำถามชวนสำรวจความพร้อมของไทยเกี่ยวกับธาตุหายาก อาทิ เรามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปริมาณและศักยภาพของทรัพยากรเหล่านี้อย่างเพียงพอหรือไม่ เรามีความพร้อมเพียงใดในการปกป้องและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของชาติ เรามีทิศทางเชิงนโยบายในการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรของชาติอย่างมีประสิทธิภาพโดยยังคงคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และความยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไปหรือไม่ ฯลฯ
หากมองรอบตัวเรา อุปกรณ์เทคโนโลยีที่เราใช้กันทุกวันนี้ล้วนมีธาตุหายากเป็นส่วนประกอบ ตั้งแต่โทรศัพท์มือถือ แล็ปท็อป รถยนต์ไฟฟ้า นวัตกรรม LED แบตเตอรี่ และเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาดอีกมากมาย
“การพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เราใช้กันในทุกวันนี้แทบจะไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้เลย ถ้าเราไม่มีธาตุหายากเหล่านี้ในการเป็นตัวขับเคลื่อน การใช้ประโยชน์หลักของธาตุหายากอยู่ในการผลิตแม่เหล็กแรงสูงถาวร ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในมอเตอร์ของยานยนต์ไฟฟ้า ระบบผลิตกระแสไฟฟ้าจากกังหันลม และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ” ผศ.ดร.อลงกต กล่าว
ธาตุหายาก หรือ Rare Earth Elements ประกอบด้วยธาตุทั้งสิ้น 17 ธาตุ ได้แก่ ธาตุในกลุ่มแลนทาไนด์ 15 ธาตุ (ตั้งแต่ La ถึง Lu) รวมกับธาตุสแกนเดียม (Sc) และอิตเทรียม (Y) ซึ่งอยู่ในตารางธาตุที่นักเรียนสายวิทยาศาสตร์คุ้นเคยเป็นอย่างดี
“สิ่งที่ทำให้ธาตุเหล่านี้ถูกกล่าวถึงและได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เพราะความหายากตามชื่อ แต่เป็นเพราะบทบาทสำคัญของธาตุเหล่านี้ต่อเทคโนโลยีพลังงานและเทคโนโลยีขั้นสูงที่ขับเคลื่อนโลกยุคใหม่ ธาตุหายากเป็นหนึ่งในแร่ธาตุสำคัญ หรือ Critical Minerals ที่ทุกประเทศทั่วโลกต่างจับตามอง ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา จีน หรือยุโรป ล้วนกำหนดให้ธาตุหายากเป็นทรัพยากรยุทธศาสตร์สำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต”
นอกจากธาตุหายากแล้ว แร่ธาตุสำคัญอื่น ๆ ที่หลายประเทศให้ความสนใจ ยังรวมถึงลิเทียม (Li) ที่ใช้ทำแบตเตอรี่ นิกเกิล (Ni) โคบอลต์ (Co) ดีบุก (Sn) ทังสเตน (W) และทองแดง (Cu) ซึ่งล้วนเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง
ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ เป็นสถาบันแห่งแรกของประเทศไทยที่เปิดการเรียนการสอนสาขาธรณีวิทยาและมีการต่อยอดองค์ความรู้ทางการศึกษาทรัพยากรธรณีต่าง ๆ ทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานวิจัยด้านธาตุหายากและแร่ธาตุสำคัญที่ศึกษาจริงจังอย่างต่อมาเนื่องตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งในเรื่องธาตุหายาก จากข้อมูลการสำรวจและผลการวิจัยบ่งชี้ชัดเจนว่าประเทศไทยมีการสะสมตัวของแหล่งธาตุหายากทั้งสิ้น 3 รูปแบบที่มีลักษณะและศักยภาพแตกต่างกันไป
รูปแบบที่หนึ่ง แหล่งธาตุหายากปฐมภูมิ เป็นธาตุหายากที่พบในหินต้นกำเนิดประเภทหินอัคนี โดยเฉพาะหินแกรนิตที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศไทย ตั้งแต่ภาคเหนือลงมาจนถึงภาคใต้ ต่อเนื่องไปยังมาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งหินแกรนิตที่ใช้สร้างบ้านและอาคารนั้น มีกระบวนการเกิดที่สัมพันธ์กับธาตุหายาก และแร่ธาตุสำคัญอื่น ๆ อย่างชัดเจน เช่น ดีบุก ทังสเตน ลิเทียม
“จากงานวิจัยของทีมภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ พบว่าธาตุหายากบางตัวในหินแกรนิตของไทยมีค่าสูงกว่าองค์ประกอบของเปลือกโลกปกติประมาณ 3-5 เท่าในบางบริเวณ ซึ่งบ่งชี้ถึงศักยภาพที่น่าสนใจ” ผศ.ดร.อลงกต กล่าว
รูปแบบที่สอง แหล่งธาตุหายากแบบลานแร่และแร่หนัก เป็นแหล่งที่ธาตุหายากสะสมตัวอยู่ในแร่หนัก เช่น โมนาไซต์ (Monazite) ซีโนไทม์ (Xenotime) และแอลลาไนต์ (Allanite) ซึ่งมีความถ่วงจำเพาะมาก จึงสะสมตัวได้ดีร่วมกับแร่ดีบุก โดยแหล่งดีบุกทั่วประเทศไทยจะพบแร่ที่มีธาตุหายากร่วมอยู่ด้วยทั้งหมด เพราะเกิดมาจากหินแกรนิตเดียวกัน
ทั้งนี้ ในประเทศมาเลเซียซึ่งเคยเป็นคู่แข่งในการส่งออกดีบุกกับไทย มีการรายงานปริมาณแร่หนักที่มีธาตุหายากในระดับโลก ขณะที่ไทยแม้จะมีแหล่งดีบุกในปริมาณใกล้เคียงกัน แต่ยังไม่มีการสำรวจและรายงานปริมาณธาตุหายากที่ชัดเจน
“ที่น่าสนใจคือ นอกจากโมนาไซต์และซีโนไทม์ที่เป็นที่รู้จักกันดีแล้ว ในไทยยังพบแร่แอลลาไนต์ซึ่งมีธาตุหายากในปริมาณมาก โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งประเทศอื่นไม่ค่อยพบแร่ชนิดนี้มากนัก”
รูปแบบที่สาม แหล่งธาตุหายากแบบไอออนที่ดูดซับโดยดิน เป็นรูปแบบที่ธาตุหายากสะสมตัวในชั้นดินที่ผุพังจากหินแกรนิตหรือหินอัคนีชนิดอื่น โดยอยู่ในรูปแบบของไอออนหรือแร่ทุติยภูมิที่ถูกดูดซับไว้ในดิน โดยรูปแบบดังกล่าวเป็นที่สนใจเป็นพิเศษเพราะกระบวนการทางธรรมชาติได้ช่วยแยกและสะสมธาตุหายากไว้ให้แล้ว ทำให้การสกัดเอามาใช้ประโยชน์ทำได้ง่ายกว่ารูปแบบอื่น ประเทศจีนเป็นผู้ผลิตธาตุหายากรายใหญ่ที่สุดของโลก ส่วนใหญ่ผลิตจากแหล่งประเภทนี้
“ธาตุหายากที่หลุดออกจากต้นกำเนิดแล้วมาถูกดูดซับไว้ในดิน กระบวนการผลิตจะง่ายกว่าการที่ต้องไปสกัดจากเม็ดแร่”
ผศ.ดร.อลงกต กล่าวว่าข้อมูลการสำรวจรูปแบบการสะสมตัวของธาตุหายาก รวมถึงทรัพยากรลิเทียม นิกเกิล โคบอลต์ ทองแดง และการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ทางภาควิชาธรณีวิทยาได้ศึกษามานั้นถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรของชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจุบันประเทศจีนครองตำแหน่งผู้ผลิตธาตุหายากรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยผลิตจากแหล่งธาตุหายากแบบไอออนที่ดูดซับโดยดิน ซึ่งสกัดได้ง่ายและมีปริมาณมาก นอกจากนี้ยังมีการขยายการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค ส่วนประเทศอื่น ๆ เช่น ออสเตรเลีย มาเลเซีย และอินเดีย ผลิตจากแหล่งแบบลานแร่และแร่หนัก ขณะที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และรัสเซีย มีแหล่งแบบปฐมภูมิจากหินชนิดต่าง ๆ เช่น หิน คาร์บอเนไทต์และหินอัคนีชนิดอัลคาไลน์
“ประเทศไทยมีธาตุหายากครอบคลุมทั้ง 3 รูปแบบในหลายพื้นที่และมีองค์ประกอบธาตุหายากอยู่มาก เพียงแต่ยังขาดการศึกษาและสำรวจอย่างจริงจัง เรามีมากแต่ไม่รู้ว่ามีในปริมาณเท่าไร เหมือนต่างชาติเข้ามาเคาะประตูบ้านเราบอกว่าในบ้านคุณมีสมบัติอยู่ ทำให้เราหันกลับมาดูว่าเรามีสมบัติซ่อนไว้ในบ้านเท่าไร” ผศ.ดร.อลงกต กล่าวเปรียบเทียบ
“กระดุมเม็ดแรกที่เราต้องทำคือสำรวจให้ชัดเจนว่าไทยมีธาตุหายากปริมาณเท่าไร เพื่อจะได้วางแผนบริหารจัดการ และเจรจาต่อรองได้อย่างมีข้อมูล ไม่ใช่การขายทิ้งไปในราคาที่ต่ำ เพราะในอนาคตธาตุหายากอาจมีมูลค่าสูงขึ้นหลายสิบเท่าหรือหลายร้อยเท่าก็ได้ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายต้องร่วมกันบริหารจัดการทรัพยากรธาตุหายาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้ประโยชน์ในรูปแบบองค์ความรู้ การอนุรักษ์ การเก็บไว้เป็นทุนสำรองของชาติ หรือการพัฒนานวัตกรรม”
ผศ.ดร.อลงกต ให้ข้อมูลว่าการดูแลและกำกับแร่ธาตุหายากในไทยอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ และกรมทรัพยากรธรณี โดยมีกลไกและข้อบังคับตามพระราชบัญญัติแร่ ซึ่งพิจารณาในหลายมิติ ทั้งมิติทรัพยากร สิ่งแวดล้อม สังคม วัฒนธรรม ชุมชน และสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันยังไม่มีการออกใบอนุญาตให้ภาคเอกชนหรือหน่วยงานใดเข้าไปทำการสำรวจอย่างเป็นทางการ ทำให้ข้อมูลที่มีอยู่ส่วนใหญ่มาจากงานวิจัยทางวิชาการ
“วันนี้เป็นโอกาสดีที่ทุกคนได้รู้จักกับธาตุหายากซึ่งเป็นสมบัติของชาติ ประชาชนมีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าในประเทศของเรานั้นมีธาตุหายากอะไรอยู่บ้าง นอกจากสิทธิที่จะรู้ข้อมูลแล้ว ประชาชนก็ควรตระหนักรู้ถึงคุณค่าของทรัพยากรธรณีทุกชนิดด้วย เพื่อจะได้ร่วมอนุรักษ์และใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพหรือสิ่งแวดล้อม“
ธาตุหายากเป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป แต่จะหมดเมื่อไรนั้น ผศ.ดร.อลงกต กล่าวว่าขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ ปริมาณที่มีอยู่จริง ช่วงเวลาที่จะเริ่มใช้ และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการผลิต
“ถ้าเราเก็บไว้ใช้ในอนาคตตอนที่ราคาขึ้นหรือตอนที่มีความพร้อมในทุกด้านก็อาจจะอีกนาน แต่ถ้าหากมีเทคโนโลยีการผลิตที่ดีขึ้นก็สามารถผลิตได้เร็วขึ้นได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับแนวทางการจัดการด้วย สิ่งสำคัญคือ
ต้องมีการวางแผนบริหารจัดการในหลายมิติ รวมถึงการพิจารณาว่าควรจะใช้เมื่อไร ใช้อย่างไร เพื่อให้เกิดประสิทธิผลและประโยชน์สูงสุด และส่งผลกระทบต่อผู้คน สังคม สุขภาพ และสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ที่สำคัญคือคำนึงถึงคนรุ่นหลัง เพราะการตัดสินใจในวันนี้จะส่งผลต่ออนาคตของประเทศไทยในระยะยาว”
ผศ.ดร.อลงกต กล่าวว่า ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีวัสดุทดแทนธาตุหายากที่สามารถใช้ได้เทียบเท่า แต่ในอนาคตอาจมีการพัฒนาวัสดุใหม่ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงหรือดีกว่า เช่นเดียวกับที่เราพยายามเปลี่ยนจากการใช้ถ่านหินมาเป็นพลังงานทดแทนอื่นๆ
ธาตุหายากเป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของชาติ การที่ไทยมีศักยภาพด้านธาตุหายากครอบคลุมทั้ง 3 รูปแบบถือเป็นโอกาสอันดีที่เราไม่ควรมองข้าม แต่สิ่งที่จำเป็นต่อไปคือการสำรวจรายละเอียดเพื่อให้ได้ข้อมูลปริมาณที่ชัดเจน การพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยี การวางกรอบนโยบายที่เหมาะสม และการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน
นี่คือบทท้าทายและโอกาสของไทยที่จะก้าวไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานธาตุหายากระดับโลก ด้วยการบริหารจัดการที่ชาญฉลาดและยั่งยืนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง
ติดตามข่าวสารและข้อมูลของภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ทาง Facebook: Department of Geology, Chulalongkorn University
จากอวนประมงสู่เส้นฟิลาเมนต์ นวัตกรรมจุฬาฯ รีไซเคิลขยะจากทะเล แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม
“แลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34” โพรไบโอติกประจำถิ่น ลดการอักเสบในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
Mindventure ธุรกิจฮีลใจตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ในยุคสังคมกดดัน
Silklife นวัตกรรมนักวิจัยจุฬาฯ ยกระดับไหมไทย จากงานฝีมือสู่วัสดุการแพทย์ระดับสากล
ข้อเข่าเสื่อม โรคฮิตในผู้สูงอายุ รักษาได้ด้วยยาและการผ่าตัด
OSener ชุดกิจกรรมศิลปะเพื่อคนวัย 50+ เติมเต็มวันว่าง แก้เหงา ชะลอสมองเสื่อม
จุฬาฯ มีลักษณะของความเป็นพี่น้อง ความอบอุ่น เป็นสังคมที่อยากอนุรักษ์ไว้ ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จุฬาฯ มีลักษณะของความเป็นพี่น้อง ความอบอุ่น เป็นสังคมที่อยากอนุรักษ์ไว้
ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับท่าน และเพื่อพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ตรงต่อความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น ท่านสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และท่านสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
ท่านสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้กลุ่มนี้มีความจำเป็นต่อการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น ความปลอดภัย ระบบเครือข่าย และการบันทึกความยินยอม จึงไม่สามารถปิดการใช้งานได้ รายละเอียดคุกกี้
คุกกี้กลุ่มนี้ช่วยให้มหาวิทยาลัยเข้าใจพฤติกรรมการใช้งาน เช่น จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่ได้รับความนิยม และประสิทธิภาพของเนื้อหา เพื่อใช้ปรับปรุงคุณภาพเว็บไซต์ โดยจะเก็บข้อมูลในลักษณะไม่ระบุตัวตน รายละเอียดคุกกี้
คุกกี้กลุ่มนี้ช่วยวิเคราะห์รูปแบบการใช้งาน เช่น การคลิก การเลื่อนหน้า หรือเส้นทางการใช้งาน เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้งาน โดยไม่มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง รายละเอียดคุกกี้
ใช้จดจำการตั้งค่าของผู้ใช้งานเพื่อให้แสดงผลเว็บไซต์ตามภาษาที่เลือก รายละเอียดคุกกี้