รู้จักจุฬาฯ
การบริหาร
อัตลักษณ์มหาวิทยาลัย
Green University
Sustainability
ติดต่อจุฬาฯ
บริจาคให้จุฬาฯ
หลักสูตร
การสมัครเข้าศึกษา
หน่วยงานการศึกษา
บริการนิสิต
บริการวิชาการ
บริการทางการแพทย์
บริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพ
สารสนเทศและการสื่อสาร
พื้นที่สร้างสรรค์
ข่าวสารและความเคลื่อนไหว
วารสารจุฬาฯ
สาระความรู้
ข่าวสารจุฬาฯ
3 พฤศจิกายน 2568
ข่าวเด่น, ภาพข่าว, ปฏิทินกิจกรรม
คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ เปิดพื้นที่ทางวิชาการและเชิงสร้างสรรค์ผ่านนิทรรศการ “Aestora: Philosophy and Journey of Art Education” จัดแสดง ณ ห้องสุมน อมรวิวัฒน์ คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ตั้งแต่วันนี้ – 4 พฤศจิกายน 2568 เวลา 08.00 – 16.00 น. โดยมี รศ.ดร.ยศวีร์ สายฟ้า คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการเมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา
นิทรรศการ “Aestora: Philosophy and Journey of Art Education” นำเสนอพัฒนาการ แนวคิด และรากฐานปรัชญาด้านการจัดการเรียนรู้ศิลปศึกษาในช่วงเวลาต่าง ๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนผ่านของวิธีคิด ทฤษฎี และบทบาทของศิลปศึกษาในสังคมการเรียนรู้สมัยใหม่ โดยจัดแสดงผ่านสื่อการเรียนรู้ที่นิสิตสร้างสรรค์ขึ้นจากกระดาษเหลือใช้ รวมถึงการออกแบบมิติการเรียนรู้ผ่านสื่อดิจิทัลและเว็บไซต์นิทรรศการเสมือนจริงในรูปแบบ 360 องศา เพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้ทั้งในพื้นที่จริงและออนไลน์
นิทรรศการครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างนิสิตชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาศิลปศึกษา และสาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมด้วยนิสิตระดับปริญญาโท สาขาวิชาศิลปศึกษา ชั้นปีที่ 1 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อบูรณาการองค์ความรู้ด้านศิลปะและเทคโนโลยีเชิงการศึกษา เพื่อพัฒนาแนวทางใหม่ในการสื่อสารเนื้อหาศิลปศึกษาให้เข้าถึงง่าย ตีความได้หลากหลาย และเชื่อมต่อกับสังคมการเรียนรู้ของศตวรรษที่ 21 ซึ่งเน้นการมีปฏิสัมพันธ์ ความคิดสร้างสรรค์ และการเรียนรู้เชิงประสบการณ์
ทศพร อ้วนจี นิสิตชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาศิลปศึกษา หัวหน้าโครงการฝ่ายเนื้อหา กล่าวว่านิทรรศการนี้ถือเป็นครั้งแรกของการนำเสนอประวัติศาสตร์และปรัชญาศิลปศึกษาของทั้งไทยและต่างประเทศในลักษณะนิทรรศการเชิงสาธารณะภายในคณะครุศาสตร์ โดยในกระบวนการจัดทำมีการย้อนไปศึกษาทฤษฎีและแนวคิดดั้งเดิมของศิลปศึกษาในช่วงเวลาต่าง ๆ ตั้งแต่ช่วงริเริ่มของการศึกษาแบบหัตถกรรม มาสู่แนวคิดศิลปะเชิงการรับรู้ การสร้างอัตลักษณ์ และแนวทางศิลปศึกษาเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม โดยการสังเคราะห์องค์ความรู้เหล่านี้ให้กระชับและเข้าใจง่ายถือเป็นงานที่ท้าทายมาก ผู้จัดทำจึงได้เลือกใช้สื่อที่สร้างประสบการณ์ เช่น หนังสือป๊อปอัพ บอร์ดเกม และโมเดลกระดาษ เพื่อให้ผู้ชมได้ตีความและสร้างความหมายร่วมด้วยตนเอง
“กระดาษเหลือใช้เป็นวัสดุสำคัญในการสร้างสื่อภายในงานครั้งนี้ เนื่องจากเป็นวัสดุที่เข้าถึงง่าย ราคาต่ำ สามารถสร้างสรรค์งานได้หลากหลายรูปแบบ และที่สำคัญยังสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพราะการนำกระดาษกลับมาทำสื่อให้คุณค่าใหม่ แสดงให้เห็นว่าองค์ความรู้เชิงศิลปะไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกับวัสดุที่มีมูลค่า แต่เกิดได้จากจินตนาการและกระบวนการตีความของผู้สร้างและผู้ชมร่วมกันได้” นายทศพร กล่าว
นายทศพร กล่าวต่อว่าโครงการนิทรรศการนี้ใช้ระยะเวลาการพัฒนาต่อเนื่อง 2–3 เดือน โดยเริ่มจากการศึกษาวิจัยเนื้อหา วางแนวคิดประสบการณ์ผู้ชม ออกแบบสื่อ ผลิตชิ้นงาน และปรับแต่งประสบการณ์การเข้าชมให้สอดคล้องกับทั้งพื้นที่จริงและพื้นที่ออนไลน์ โดยมีการแบ่งหน้าที่ภายในทีมกว่า 60 คน ทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันอย่างลึกซึ้งทั้งด้านความรู้เชิงวิชาการและทักษะเชิงการทำงานจริง เช่น การจัดการเวลา การสื่อสารภายในทีม การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และการออกแบบการนำเสนอที่มีความสอดคล้องเป็นหนึ่งเดียว
กรณัญญ์ เต็มบุญเกิด นิสิตชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา ในฐานะหัวหน้าโครงการฝ่ายเทคโนโลยีการนำเสนอ กล่าวว่า การออกแบบเว็บไซต์นิทรรศการเสมือนจริงมีจุดมุ่งหมายเพื่อขยายพื้นที่การเข้าถึงองค์ความรู้ให้กว้างขึ้นและตอบสนองรูปแบบการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล จึงได้มีการออกแบบเว็บไซต์ Visual Aura: Where Art Meets Education Immersion ให้เป็นพื้นที่ที่ผู้ชมสามารถเข้าถึงไทม์ไลน์เนื้อหาศิลปศึกษา สำรวจโมเดล 3 มิติของสื่อที่จัดแสดงในห้องนิทรรศการจริง และเดินชมพื้นที่นิทรรศการได้แบบเสมือนจริงด้วยภาพมุมกว้าง 360 องศา ซึ่งเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ ทุกที่ ทุกเวลา ไม่จำเป็นต้องเดินทางมายังสถานที่จริงเพียงอย่างเดียว การจัดทำเว็บไซต์ดังกล่าวเป็นการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างนิสิตทั้งสองสาขาวิชา โดยฝ่ายศิลปศึกษาเป็นผู้สังเคราะห์เนื้อหาทางทฤษฎี ส่วนฝ่ายเทคโนโลยีการศึกษาแปลงเนื้อหานั้นให้เกิดรูปแบบการนำเสนอที่มีความเหมาะสม เข้าถึงง่าย และกระตุ้นให้ผู้ชมเกิดการปฏิสัมพันธ์ ซึ่งเทคโนโลยีไม่ได้มาแทนที่ศิลปะ แต่ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้คนได้เข้าถึงศิลปะในแบบที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตปัจจุบัน
กรณัญญ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นิทรรศการ “Aestora” ยังมีความเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในหลายมิติ ได้แก่ SDG 4 ด้านการศึกษาที่มีคุณภาพ ซึ่งสะท้อนผ่านการออกแบบการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้คนทุกกลุ่มเข้าถึงความรู้ทางศิลปศึกษาได้อย่างเสมอภาค SDG 9 ด้านนวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งปรากฏผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อขยายการเรียนรู้ SDG 11 ด้านเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน ซึ่งเชื่อมโยงกับการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาสร้างคุณค่าใหม่ และ SDG 17 ด้านความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ซึ่งเกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันของนิสิตหลากหลายสาขา รวมถึงอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญที่ร่วมให้คำปรึกษา ได้แก่ ศ.ดร.จินตวีร์ คล้ายสังข์ รศ.ดร.ประกอบ กรณีกิจ วิทยากรพิเศษ คุณปวริศร์ ปิงเมือง และ รศ.ดร.ขนบพร แสงวณิช ผู้สอนรายวิชาที่เป็นกรอบโครงการเพื่อการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ
“นิทรรศการเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าชม โดยมีนิสิตผู้จัดงานจะผลัดเปลี่ยนกันให้ข้อมูลในแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้ผู้ชมได้รับความเข้าใจอย่างเต็มที่ ทั้งในเชิงเนื้อหาและความหมายที่แฝงอยู่ในสื่อแต่ละชิ้น นิทรรศการนี้จะทำให้ผู้ชมได้เห็นว่าศิลปศึกษาไม่ใช่เพียงการเรียนศิลปะ หากแต่เป็นการเรียนรู้เพื่อเข้าใจมนุษย์ เข้าใจประสบการณ์ และสร้างความหมายให้กับชีวิตและสังคม” กรณัญญ์ กล่าวทิ้งท้าย
จุฬาฯ เชิญร่วมงาน Thailand RISE Fund Forum : RISE UP THAILAND ปลุกพลังวิจัยสู่เศรษฐกิจนวัตกรรม
26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 12.00–15.15 น. ณ ห้อง CBS Cinema อาคารไชยยศสมบัติ 1 ชั้น 3 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ
จุฬาฯ เดินหน้าต่อเนื่อง NEXUS AI รุ่นที่ 2 สานพลังผู้นำ AI ยกระดับผลิตภาพ ขีดความสามารถแข่งขันประเทศ
จุฬาฯ – บพท. เปิดตัว “Impact SE Thailand Platform” เชื่อมงานวิจัยสู่พื้นที่จริง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืน
คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ จัดเสวนาวิชาการ “รีเซ็ตเศรษฐกิจไทย: โอกาสสุดท้ายหรือแค่รอบใหม่ของวงจรเดิม?”
ครุศาสตร์ จุฬาฯ จัดประกวด “นวัตกรรมทางการบริหารระบบการศึกษา” มอบรางวัล ESML Leadership Award แก่ผู้บริหารการศึกษาดีเด่น 5 ประเภท
ตั้งแต่บัดนี้ – 31 มี.ค. 69
จุฬาฯ – ปตท.สผ. ลงนามความร่วมมือทางวิชาการต่อเนื่องอีก 5 ปีเสริมสร้างบุคลากรและพัฒนางานวิจัยด้านพลังงาน
จุฬาฯ มีลักษณะของความเป็นพี่น้อง ความอบอุ่น เป็นสังคมที่อยากอนุรักษ์ไว้ ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จุฬาฯ มีลักษณะของความเป็นพี่น้อง ความอบอุ่น เป็นสังคมที่อยากอนุรักษ์ไว้
ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับท่าน และเพื่อพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ตรงต่อความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น ท่านสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และท่านสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
ท่านสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้กลุ่มนี้มีความจำเป็นต่อการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น ความปลอดภัย ระบบเครือข่าย และการบันทึกความยินยอม จึงไม่สามารถปิดการใช้งานได้ รายละเอียดคุกกี้
คุกกี้กลุ่มนี้ช่วยให้มหาวิทยาลัยเข้าใจพฤติกรรมการใช้งาน เช่น จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่ได้รับความนิยม และประสิทธิภาพของเนื้อหา เพื่อใช้ปรับปรุงคุณภาพเว็บไซต์ โดยจะเก็บข้อมูลในลักษณะไม่ระบุตัวตน รายละเอียดคุกกี้
คุกกี้กลุ่มนี้ช่วยวิเคราะห์รูปแบบการใช้งาน เช่น การคลิก การเลื่อนหน้า หรือเส้นทางการใช้งาน เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้งาน โดยไม่มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง รายละเอียดคุกกี้
ใช้จดจำการตั้งค่าของผู้ใช้งานเพื่อให้แสดงผลเว็บไซต์ตามภาษาที่เลือก รายละเอียดคุกกี้