รู้จักจุฬาฯ
การบริหาร
อัตลักษณ์มหาวิทยาลัย
Green University
Sustainability
ติดต่อจุฬาฯ
บริจาคให้จุฬาฯ
หลักสูตร
การสมัครเข้าศึกษา
หน่วยงานการศึกษา
บริการนิสิต
บริการวิชาการ
บริการทางการแพทย์
บริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพ
สารสนเทศและการสื่อสาร
พื้นที่สร้างสรรค์
ข่าวสารและความเคลื่อนไหว
วารสารจุฬาฯ
สาระความรู้
ข่าวสารจุฬาฯ
6 ธันวาคม 2568
ข่าวเด่น
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงเป็นบุคคลสำคัญที่ส่งเสริมการใช้ผ้าไทย พระองค์ทรงฉลองพระองค์ด้วยเครื่องแต่งกายผ้าไทยจากวัฒนธรรมต่าง ๆ ทั้งฉลองพระองค์ที่ใช้ลักษณะการตัดเย็บแบบร่วมสมัยโดยนำผ้าไทยมาตัดเย็บอย่างฝรั่ง และทรงฉลองพระองค์ตามแบบไทยประเพณี นอกเหนือจากนั้นยังทรงพระราชเสาวนีย์และทรงอำนวยการในการออกแบบชุดไทยมาตรฐานที่เป็นส่วนผสมอย่างลงตัวระหว่างการแต่งกายแบบสมัยนิยมกับวัฒนธรรมการนุ่งห่มอย่างไทยในอดีต แบบชุดไทยมาตรฐานนี้กลายเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องแต่งกายประจำชาติอันแสดงให้เห็นถึงความรุ่มรวยของวัฒนธรรมและการประสานกลมกลืนระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมกับกระแสวัฒนธรรมโลกที่ปรับเปลี่ยนไปตามกาล
นอกจากจะทรงเป็นแบบอย่างของการแต่งกายด้วยผ้าไทยแล้ว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงยังทรงพัฒนาผ้าไทยอีกด้วย ดังจะเห็นได้จากการก่อตั้ง“มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ที่ส่งเสริมอาชีพเสริมให้แก่เกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มเติม มีเงินทุนในการดำรงชีวิต และยังเป็นการสืบสานงานหัตถศิลป์พื้นบ้านที่นับวันยิ่งจะเลือนหายไปที่มาของการตั้งโครงการศูนย์ศิลปาชีพฯ มีที่มาจากเมื่อครั้งที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จพระราชดำเนินตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรไปทรงงานที่จังหวัดสกลนคร ครั้งนั้นสตรีชาวบ้านได้ทูลเกล้าฯ ถวายผ้ามัดหมี่ผืนหนึ่ง เมื่อทรงรับแล้วเห็นว่ามีความงดงามยิ่ง จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้ตั้งโครงการที่ส่งเสริมให้ชาวบ้านมีรายได้เสริมจากภูมิปัญญาของตน รวมทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นของการส่งเสริมงานศิลปะแขนงอื่น
พระมหากรุณาธิคุณที่ยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงในการริเริ่มมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ คือการรื้อฟื้นและต่อลมหายใจให้แก่งานหัตถศิลป์พื้นบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานทอผ้าของสตรี ซึ่งในอดีตนั้นผ้าทอของชาวบ้านทอเพื่อใช้หรือเพื่อจำหน่ายเพียงเล็กน้อย เมื่อยุคสมัยและค่านิยมเปลี่ยนไป การทอผ้าเพื่อใช้เองเสื่อมความนิยมลง การเข้ามาแทนที่ของเสื้อผ้าสำเร็จรูปทั้งในแง่ของราคาและความสะดวกทำให้ช่างฝีมือเริ่มลดลง การสืบทอดความรู้ก็จำกัดและมีผู้สนใจไม่มาก แต่การดำเนินการของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ทำให้ชาวบ้านเริ่มหันกลับมาเห็นคุณค่าของงานหัตถศิลป์ที่เป็นสมบัติของชุมชน และเริ่มสืบทอดการทำงานหัตถศิลป์มากยิ่งขึ้น
มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ มีบทบาทสำคัญในการชุบชีวิตงานผ้าไทยให้กลายเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยและของช่างฝีมือชาวบ้าน อาจได้กล่าวได้ว่าหากไม่มีการดำเนินงานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ แล้วภูมิปัญญาผ้าไทยหลายแขนงจะต้องสูญหายไปอย่างน่าเสียดาย ช่างฝีมือหลายคนที่ยังคงทำงานหัตถศิลป์ผ้าไทยล้วนแล้วแต่สืบสานเพราะสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวง
คุณูปการที่สำคัญของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ คือการเข้าใจกระบวนการการทำงานฝีมือในระดับชาวบ้านอย่างถ่องแท้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป้าหมายสำคัญของชาวบ้านคือการมีรายได้เสริมเพื่อยกระดับชีวิตของตน เพื่อให้มีเงินส่งบุตรหลานเรียนสูง ๆ หรือเพื่อให้มีเงินสำรองในการทำการเกษตร จากรูปแบบการดำเนินการของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ทำให้เห็นภาพของการแก้ปัญหาที่ตรงจุด นั่นคือการรับเอาภาระในเชิงต้นทุนและการทำกำไรไว้เอง และเปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้ทำงานหัตถศิลป์ตามความถนัด มูลค่าที่ชาวบ้านได้รับจากการขายจึงเป็นมูลค่าที่ไม่ต้องลงทุน เป็นรายรับที่เกิดจากฝีมือ ความใส่ใจ และความตั้งใจผลิตผลงานอย่างแท้จริง ดังพระราชดำรัส “อย่ามาพูดเรื่องกำไรขาดทุนกับฉันนะ ขาดทุนของฉันคือกำไรของแผ่นดิน”
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากรูปแบบธุรกิจแบบศิลปาชีพคือการแปลงแรงให้เป็นทุน สมาชิกศิลปาชีพจะได้รับค่าแรงสองส่วน ส่วนหนึ่งเป็นค่าแรงจากงานฝีมือโดยพิจารณาจากคุณค่าในเชิงความงามของชิ้นงาน ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ผู้ผลิตเน้นคุณภาพของงานมากกว่าปริมาณ ค่าแรงอีกส่วนหนึ่งเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่จะใช้ทำงานต่อ ในส่วนนี้เปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้ขายสินค้าด้วยตัวเอง ซึ่งอาจจะได้รายได้ดีกว่า หรือเป็นรายได้เสริมเพิ่มเติมอีกส่วนหนึ่ง แต่การขายของชาวบ้านนั้น ชาวบ้านไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงต้นทุนทางวัตถุดิบ เพราะเป็นวัตถุดิบที่ได้มาโดยไม่ต้องนำส่งคืน ยกตัวอย่างเช่น การทอผ้านุ่งไหมผืนหนึ่งอาจใช้ไหม 1-1.5 กิโลกรัม มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จะมอบไหมให้กับสมาชิก 3 กิโลกรัม สมาชิกมีหน้าที่นำส่งชิ้นงานให้ศูนย์ศิลปาชีพซื้อคืน 1 ผืน ส่วนที่เหลือสมาชิกสามารถนำไปทอผ้าขายเองได้ตามแต่ที่สมาชิกต้องการ
การดำเนินธุรกิจเช่นนี้ได้เพราะมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เป็นผู้บริหารการตลาด ผ้าที่ซื้อจากชาวบ้านและวัตถุดิบที่มอบให้แก่ชาวบ้านเป็นต้นทุนของผ้า เมื่อจะไปจำหน่ายก็เป็นหน้าที่ของทางมูลนิธิฯ ที่จะทำการตลาดให้สอดคล้องกับต้นทุน ด้วยเหตุที่งานส่วนใหญ่ที่นำส่งมูลนิธิฯ เป็นงานฝีมือ มูลนิธิฯ จึงสามารถสร้างมูลค่าให้แก่สินค้าได้อย่างเต็มที่ ประกอบกับผู้ซื้อสำคัญของมูลนิธิฯ เป็นกลุ่มผู้มีรายได้สูง การเลือกซื้อสินค้าที่มีเรื่องราวและคุณค่าในเชิงศิลปะเช่นงานที่มูลนิธิฯ ได้รับจากชาวบ้านย่อมมีมูลค่าเพียงต่อการบริหารจัดการต้นทุน การดำเนินการของมูลนิธิฯ แท้จริงแล้วไม่ได้ขาดทุนแต่อย่างใด แต่กำไรที่ยิ่งใหญ่และสำคัญคือการส่งเสริมให้ชาวบ้านรักษาภูมิปัญญาของตนเองได้อย่างภาคภูมิและมีศักดิ์ศรี และเกิดความรักในวิถีชีวิตของตน ทำให้พร้อมที่จะสืบต่อความรู้ให้แก่ชนรุ่นหลังอย่างยั่งยืนและมั่นคงถาวรต่อไป
ขอขอบคุณ
อ่านรายงานวิจัยเรื่อง “(ร่าง) แผนแม่บทผ้าไทย” โครงการเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ (ร่าง) แผนแม่บทผ้าไทย ประจำปี 2562 โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และสถาบันไทยศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ที่
http://book.culture.go.th/PhaThai/mobile/index.html#p=1
จุฬาฯ ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงนาม MOU การเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีของบุตร–หลานสมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนม
10 สุดยอดผลงานจุฬาฯ โดดเด่นบนเวทีโลก ประจำปี 2568
จุฬาฯ จัดพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาบุคลากรจุฬาฯ ครั้งที่ 46 ประจำปี 2569 และพิธีจุดไฟฤกษ์จากแสงอาทิตย์ ศุกร์ที่ 23 มกราคมนี้
23 มกราคม 2569 เวลา 08.30 น.
Chula Zero Waste ส่งต่อกระบอกน้ำและตุ๊กตาจากผู้บริจาคให้กับน้อง ๆ ผ่านมูลนิธิกระจกเงา
คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ จัดการประชุมวิชาการระดับชาติ “การจัดการสุขภาพในภาวะภัยพิบัติเพื่อความยั่งยืนในอนาคต”
ระหว่างวันที่ 10-11 มีนาคม 2569 ในรูปแบบ Online ผ่านระบบ Zoom และ Onsite ณ ห้องประชุมชั้น 7 อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา (จามจุรี 10) จุฬาฯ
ห้องประชุมชั้น 7 อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา (จามจุรี 10) จุฬาฯ
จุฬาฯ เชิญร่วมโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “CU Etiquettes” รุ่นที่ 2 เสริมศักยภาพมารยาทไทยและมารยาทในสังคม สำหรับบุคลากรและนิสิต
จุฬาฯ มีลักษณะของความเป็นพี่น้อง ความอบอุ่น เป็นสังคมที่อยากอนุรักษ์ไว้ ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จุฬาฯ มีลักษณะของความเป็นพี่น้อง ความอบอุ่น เป็นสังคมที่อยากอนุรักษ์ไว้
ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับท่าน และเพื่อพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ตรงต่อความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น ท่านสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และท่านสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
ท่านสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
ประเภทของคุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้ท่านสามารถใช้เว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ ท่านไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน โดยมีจุดประสงค์คือนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ให้มีคุณภาพ และสร้างประสบการณ์ที่ดีกับผู้ใช้งาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราอาจไม่สามารถวัดผลเพื่อการปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ให้ดีขึ้นได้ รายละเอียดคุกกี้