ข่าวสารจุฬาฯ

จุฬาฯ จัดเสวนา “ความมั่นคงทางพลังงานไทยภายใต้วิกฤตการณ์โลก: ถอดรหัสความเสี่ยง สู่แผนรับมือของชาติ”

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสถาบันวิจัยพลังงาน สถาบันวิจัยสังคม สถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน สถาบันวิจัยทรัพยากรทางนํ้า และสถาบันการขนส่ง จัดงานเสวนาวิชาการ “ความมั่นคงทางพลังงานไทยภายใต้วิกฤตการณ์โลก: ถอดรหัสความเสี่ยง สู่แผนรับมือของชาติ” เมื่อวันพุธที่ 11 มีนาคม 2569 ณ เรือนจุฬานฤมิต เพื่อให้คำตอบและเสนอทางออกด้านการรับมือกับความผันผวนของพลังงานของโลกที่ส่งผลกระทบต่อพลังงานของประเทศไทย จากปฏิบัติการทางทหารของกองทัพสหรัฐฯ และอิสราเอลที่โจมตีประเทศอิหร่าน ส่งผลให้ราคานํ้ามันและพลังงานมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทย

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันการศึกษาที่มีบทบาทในการสร้างองค์ความรู้เพื่อสังคมจึงจัดเวทีเสวนาครั้งนี้เพื่อเปิดพื้นที่ทางวิชาการวิเคราะห์สถานการณ์แนวโน้มและความเสี่ยงด้านพลังงาน และเตรียมความพร้อมของประเทศในการรับมือกับวิกฤตพลังงานที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

การเสวนาครั้งนี้  ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าร่วมงานเสวนาครั้งนี้ด้วย โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ เป็นผู้กล่าวเปิดงาน ศ.ดร.วิบูลย์ ศรีเจริญชัยกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาฯ เป็นผู้กล่าวรายงาน ในงานได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิด้านพลังงาน นโยบาย และการพัฒนาประเทศมาร่วมวิเคราะห์สถานการณ์พลังงานของไทย และแนวทางการรับมือกับความท้าทายในบริบทโลก มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมงานเสวนาครั้งนี้อย่างคับคั่ง

ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “การเสวนาครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะเราเชื่อว่าโลกกำลังอยู่ในวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์และสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบสำคัญต่อพลังงานใน 2 ประเด็นหลัก คือ พลังงานสำรองของเราจะเพียงพอสำหรับประชาชนไปได้ถึงเมื่อใด และราคาพลังงานจะพุ่งสูงไปเท่าใด จุฬาฯ จึงร่วมกับกรมธุรกิจพลังงานจัดงานเสวนาให้ความรู้ในเรื่องต่าง ๆ รวมถึงการอุดหนุน (Subsidize) ราคาน้ำมันได้แค่ไหน และมีน้ำมันสำรองเพียงพอหรือไม่หากสงครามยังยืดเยื้อต่อไป ปัจจุบันรัฐบาลได้ออกมาตรการประหยัดพลังงานเพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ด้านพลังงานที่อาจเกิดขึ้น”

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า “จุฬาฯ มุ่งสร้างองค์ความรู้ที่ตอบโจทย์สำคัญของประเทศและสังคม ไม่ใช่เพียงแค่การสอนหรือทำวิจัยทั่วไป จุฬาฯ มีคณะและหน่วยงานที่ศึกษาวิจัยและดำเนินการเกี่ยวข้องกับพลังงาน เช่น สถาบันวิจัยพลังงาน วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ ฯลฯ ซึ่งเป็นการมองมิติด้านพลังงานอย่างรอบด้าน ทั้งในด้านสังคม การขนส่ง และสิ่งแวดล้อม จุฬาฯ เน้นเรื่อง Impactful Growth หรือการสร้างงานวิจัยที่ส่งผลกระทบต่อสังคม และ Integrated Growth หรือการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและภาครัฐ เพื่อให้เกิดการกำหนดนโยบายสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ จุฬาฯ กำลังทำการวิจัยเรื่องพลังงานทางเลือก เพื่อเป็นแผนสำรองและแนวทางการปรับตัวในการใช้พลังงานให้กับสังคมต่อไป”

ดร.สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า “ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองอยู่ที่ 95 วัน ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานต่อเนื่อง นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังได้ออกมาตรการรองรับ 2 ประเด็นหลักคือ ระงับการส่งออกน้ำมันเบนซิน ดีเซล น้ำมันเจ็ท และ LPG ยกเว้นประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป.ลาว และเมียนมาที่มีการแลกเปลี่ยนซื้อขายไฟฟ้าและแก๊ส รวมทั้งสั่งให้ผู้ค้าน้ำมันเพิ่มการสำรองน้ำมันจาก 1% เป็น 3% ภายในเดือนเมษายนนี้ ซึ่งจะทำให้เรามีน้ำมันสำรองเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 7 วัน รวมเป็น 100 วันเศษ ในส่วนของราคาน้ำมันนั้นได้สั่งให้ตรึงราคาไว้ 15 วัน โดยใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินฉากทัศน์ต่าง ๆ ต่อไป

ศ.ดร.วิบูลย์ ศรีเจริญชัยกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาฯ  กล่าวเสริมว่า “ภารกิจหลักและงานวิจัยที่สถาบันฯ ให้ความสำคัญมาอย่างยาวนานคือเรื่องนโยบายพลังงาน โดยสถาบันฯ มีความร่วมมือที่แน่นแฟ้นกับหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกระทรวงพลังงานเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายด้านพลังงานของประเทศ กระบวนการทำงานวิจัยของสถาบันฯ เน้นการทำ Scenario Analysis หรือการวิเคราะห์ฉากทัศน์ เพื่อประเมินโอกาสและเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ข้อมูลจากการวิเคราะห์เหล่านี้จะถูกนำเสนอในเชิงนโยบาย เพื่อให้ภาครัฐนำไปพิจารณาและใช้เป็นข้อเสนอแนะในการตัดสินใจบริหารจัดการในสถานการณ์วิกฤต”

ทั้งนี้ ในงานมีการเสวนาหัวข้อ “ผลกระทบ ทางรอด และการปรับตัวของพลังงานไทย” โดย ดร.เรืองศักดิ์ ฐิติรัตน์สกุล ที่ปรึกษาประจําสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ดร.บวร ทรัพย์สิงห์ ผู้อํานวยการศูนย์ Social Innovation สถาบันวิจัยสังคม จุฬาฯ ดร.อรณิชา อนุชิตชาญชัย นักวิจัยชํานาญการ สถาบันการขนส่ง จุฬาฯ และคุณแทนวรรณ โตโพธิ์กลาง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชํานาญการพิเศษ กระทรวงพลังงาน

ดร.เรืองศักดิ์ ฐิติรัตน์สกุล ที่ปรึกษาประจําสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 ทวีความรุนแรงขึ้นหลังสหรัฐฯ เข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ส่งผลให้ราคาพลังงานโลกผันผวนอย่างมาก สถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเส้นทางขนส่งสำคัญของโลก โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งน้ำมันและก๊าซ LNG ความผันผวนอาจทำให้เกิดภาวะต้นทุนพลังงานซ้อนทับ กระทบค่าไฟ ภาคอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจไทยโดยรวม”

ดร.บวร ทรัพย์สิงห์ ผู้อํานวยการศูนย์ Social Innovation สถาบันวิจัยสังคม จุฬาฯ กล่าวว่า “วิกฤตพลังงานกระทบแรงงานนอกระบบ โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้น้ำมันเป็นต้นทุนการทำงาน เช่น แท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ และไรเดอร์ รวมถึงผู้ค้าหาบเร่แผงลอยและร้านอาหารขนาดเล็กที่ต้องใช้ก๊าซหุงต้มในการผลิต แรงงานกลุ่มนี้มีจำนวนมากและมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจเมืองและความมั่นคงทางอาหาร จึงควรเปิดให้มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย พร้อมสนับสนุนพลังงานทางเลือกและขยายระบบคุ้มครองทางสังคม”

ดร.อรณิชา อนุชิตชาญชัย นักวิจัยชํานาญการ สถาบันการขนส่ง จุฬาฯ กล่าวว่า “ประเทศไทยยังพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันประมาณสองในสามของความต้องการใช้ในประเทศ โดยภาคการขนส่งใช้น้ำมันมากกว่า 80% ของการใช้น้ำมันทั้งหมด คิดเป็นราวหนึ่งในสามของการใช้พลังงานทั้งประเทศ ความผันผวนของราคาพลังงานโลกจึงส่งผลต่อต้นทุนการเดินทาง การขนส่งสินค้า และค่าครองชีพของประชาชนอย่างรวดเร็ว สถานการณ์นี้สะท้อนความจำเป็นที่ไทยต้องปรับตัวเพื่อลดความเปราะบางของภาคการขนส่งต่อความผันผวนด้านพลังงานในระยะยาว”

คุณแทนวรรณ โตโพธิ์กลาง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชํานาญการพิเศษ กระทรวงพลังงาน กล่าวว่า “กระทรวงพลังงานใช้ศูนย์ Energy ICS บริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน และเคยมีประสบการณ์จากการบริหารวิกฤตราคาพลังงานจากสงครามรัสเซียยูเครนเมื่อปี 2565 ในสงครามตะวันออกกลางครั้งนี้จึงมีมาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพปริมาณน้ำมันและเตรียมแผนเพื่อลดผลกระทบด้านราคาน้ำมันโดยประกาศอย่างรวดเร็ว ติดตามสถานการณ์ราคาในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมดูแลราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินให้กระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน และระบบเศรษฐกิจของไทยให้น้อยที่สุด”

จุฬาฯ สนับสนุนให้อาจารย์ทำงานวิจัย นับว่าเป็นสิ่งที่ดีมากต่อทั้งอาจารย์ นิสิต รวมถึงภาคประชาสังคม

รองศาสตราจารย์ ดร.สุชนา ชวนิชย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับท่าน และเพื่อพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ตรงต่อความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น ท่านสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และท่านสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

ท่านสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้กลุ่มนี้มีความจำเป็นต่อการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น ความปลอดภัย ระบบเครือข่าย และการบันทึกความยินยอม จึงไม่สามารถปิดการใช้งานได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และสถิติ

    คุกกี้กลุ่มนี้ช่วยให้มหาวิทยาลัยเข้าใจพฤติกรรมการใช้งาน เช่น จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่ได้รับความนิยม และประสิทธิภาพของเนื้อหา เพื่อใช้ปรับปรุงคุณภาพเว็บไซต์ โดยจะเก็บข้อมูลในลักษณะไม่ระบุตัวตน
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้

    คุกกี้กลุ่มนี้ช่วยวิเคราะห์รูปแบบการใช้งาน เช่น การคลิก การเลื่อนหน้า หรือเส้นทางการใช้งาน เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้งาน โดยไม่มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการตั้งค่าการใช้งาน

    ใช้จดจำการตั้งค่าของผู้ใช้งานเพื่อให้แสดงผลเว็บไซต์ตามภาษาที่เลือก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า