สัมภาษณ์พิเศษ: ‘Deep Tech Startups’ จุดเปลี่ยนธุรกิจ ไทยเป็นเจ้านวัตกรรม

การลงทุนใน Deep Technology หรือเทคโนโลยีขั้นสูง คือผลผลิตที่ได้จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ที่ลอกเลียนแบบได้ยาก เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีสิทธิบัตรคุ้มครอง เนื่องจากผ่านการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์มายาวนาน ในขณะที่การลงทุนใน Deep Tech ของประเทศไทยมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา (ปี 2016 – 2020)
รศ.ภญ.ดร.จิตติมา ลัคนากุล รองคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ ในฐานะประธานชมรม Club Chula Spin-off เปิดเผยว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำ มุ่งสร้างสรรค์ความรู้และผลผลิตจากการศึกษาวิจัย รวมถึงการสร้างบัณฑิตที่เป็นนวัตกร การเปิด Club Chula Spin-off เป็นการสร้างระบบนิเวศวิจัยและนวัตกรรม เป็นแหล่งรวมนักวิจัยของจุฬาฯ ซึ่งเป็น Research University That Teachers ที่พร้อมแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์และช่วยเหลือกัน โดยมีเป้าหมายนำผลงานวิจัยหรือบริษัทที่นำเทคโนโลยีที่เกิดจากการคิดค้นพัฒนาของอาจารย์มาสร้างนวัตกรรม สามารถเติบโตเพิ่มมูลค่าเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย ด้วยมูลค่า 5 หมื่นล้านบาทภายใน 3 ปี ปัจจุบัน Club Chula Spin-off มี Deep Tech Startups เกือบ 200 บริษัท ทำหน้าที่แก้ปัญหาต่างๆ ของประเทศ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยกว่า 80% รวมทั้งมีการต่อยอดไปยังภาคส่วนต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ Club Chula Spin-off เป็นเสมือนพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ องค์ความรู้และเชื่อมโยงระหว่างนักวิจัยกับนักลงทุน เพื่อต่อยอดเทคโนโลยี นวัตกรรมให้ดียิ่งขึ้น
รศ.ภญ.ดร.จิตติมา กล่าวเพิ่มเติมว่า จุฬาฯ มีบุคลากรที่มีผู้เชี่ยวชาญ มีนักวิจัยที่สร้างผลงานวิจัยและองค์ความรู้ใหม่ สิ่งที่ยังขาดอยู่คือการทำธุรกิจ การวางแผนการตลาด การสร้าง Deep Tech Startups จึงเป็นการยกระดับนักวิจัยที่มีมุมมองด้านธุรกิจ เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเชื่อมโยงระหว่างนักลงทุนกับนักวิจัย ทั้งนี้ในปี 2566 จุฬาฯ ได้สร้างธุรกิจเพื่อสังคมมากกว่า 100 บริษัท มีเงินระดมทุนมากกว่า 10 ล้านดอลลาร์ มูลค่าตลาดมากกว่า 600 ล้านดอลลาร์ และสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนมากกว่า 4 ล้านคน โดยตั้งเป้าหมายในปี 2569 คาดว่าจะระดมทุนได้ถึง 100 ล้านดอลลาร์ และมีมูลค่าตลาดมากกว่า 1.6 พันล้านดอลลาร์







