รู้จักจุฬาฯ
การบริหาร
อัตลักษณ์มหาวิทยาลัย
Green University
Sustainability
ติดต่อจุฬาฯ
บริจาคให้จุฬาฯ
หลักสูตร
การสมัครเข้าศึกษา
หน่วยงานการศึกษา
บริการนิสิต
บริการวิชาการ
บริการทางการแพทย์
บริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพ
สารสนเทศและการสื่อสาร
พื้นที่สร้างสรรค์
ข่าวสารและความเคลื่อนไหว
วารสารจุฬาฯ
สาระความรู้
Highlights
7 มกราคม 2569
Forbes Asia ยกย่องนิสิตเก่าคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีจุฬาฯให้เป็น 1 ใน 30 คนรุ่นใหม่ผู้ทรงอิทธิพลแห่งเอเชียด้าน Social Impact ประจำปี 2025 จากการก่อตั้ง Mindventure ธุรกิจเพื่อสังคมที่มุ่งตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพจิตเยาวชนและวัยทำงานในยุคสังคมกดดันเคร่งเครียดและโดดเดี่ยว
หมดไฟทำงานขาดแรงบันดาลใจในการเรียนไม่เห็นคุณค่าตัวเองเศร้าเหงาเบื่อสังคมรู้สึกกำลังอยู่กับคนที่เป็นพิษ (Toxic) – เป็นความรู้สึกที่อาจจะกำลังกัดกินใจใครหลายคน แม้จะไม่อยากรู้สึก แต่ก็ยากจะเลี่ยง เพราะสภาพสังคมและเศรษฐกิจในปัจจุบัน วิถีชีวิต โลกโซเซียล ฯลฯ เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้คนมีความเครียดสูง รู้สึกกดดัน และโดดเดี่ยว
การเปลี่ยนโลกอาจจะยากกว่าการเปลี่ยนตัวเอง ปรับมุมมอง และเรียนรู้แนวทางในการจัดการอารมณ์และวิธีการรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่เป็นดั่งใจ – นี่คือโอกาสและความตั้งใจในการก่อตั้งธุรกิจเพื่อสังคม Mindventure ของสองพี่น้อง – คุณชนากานต์ (แกงส้ม) และคุณกันตพร (น้ำหวาน) ขจรเสรีนิสิตเก่าจากคณะบริหารธุรกิจบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
“ปัญหาสุขภาพจิตเป็นสิ่งสำคัญมากเพราะทุกอย่างเริ่มที่จิตใจ ถ้าเรามีความเครียด ไม่มีความสุขในชีวิตก็ส่งผลต่อการทำงาน ความสัมพันธ์ แค่หนึ่งคนที่มีความเจ็บปวดทางด้านจิตใจ มีความทุกข์ ก็ส่งผลเป็นวงกว้างให้กับสภาพแวดล้อมรอบตัวแล้ว เราจึงต้องใส่ใจเรื่องจิตใจ” คุณชนากานต์กล่าว
“เราทำ Mindventure ขึ้นมาด้วยความตั้งใจที่จะช่วยบรรเทาปัญหาสุขภาพจิตของคนในสังคม เราจัดการฝึกอบรมให้กับเยาวชน คนวัยทำงาน และกลุ่มบริษัท ให้คนเข้าใจตัวเอง มีทักษะเรียนรู้ในตัวตน เพื่อพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความเครียดของสังคม ทั้งสังคมการเรียนและสังคมการทำงาน และสังคมในภาพรวม”
จากการดำเนินโครงการเพื่อสังคมเป็นเวลา 10 ปี สองพี่น้องผู้ก่อตั้ง Mindventure ในฐานะผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่อายุต่ำกว่า 30 ปีก็ได้รับคัดเลือกจากนิตยสาร Forbes Asia ให้เป็น 1 ใน 30 คนรุ่นใหม่ผู้ทรงอิทธิพลแห่งเอเชียด้าน Social Impact ประจำปี 2025
คุณชนากานต์ กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้รับรางวัลดังกล่าวว่า “รู้สึกดีใจที่ความตั้งใจของเราที่ต้องการสร้างผลสะเทือนในสังคมได้รับการยอมรับจากสังคมภายนอก รางวัลนี้ยังทำให้เราได้ทบทวนตัวเองด้วยว่าเราทำอะไรมาบ้าง เกิดอะไรขึ้นบ้าง และจะไปต่ออย่างไร”
คุณกันตพร ก็รู้สึกไม่ต่างกัน “รู้สึกดีใจและว๊าวมาก คาดไม่ถึงว่าเราจะได้รับคัดเลือกเป็น Forbes Under 30 ขอขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนเราตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพราะกว่าจะมาเป็น Mindventureก็ผ่านอะไรมาเยอะ ถ้าไม่ได้ทุกคนสนับสนุน ก็ไม่ได้เป็นเราในวันนี้ อยากขอบคุณโรงเรียน จุฬาฯ ครอบครัว และเพื่อนร่วมทีมที่ช่วยผลักดันกันจนมาถึงจุดนี้”
จุดเริ่มต้นของธุรกิจฮีลใจในวันนี้เกิดขึ้นเมื่อครั้งคุณชนากานต์เป็นนักเรียนมัธยมชั้นปีที่ 6 เธอเล่าว่าเธอชอบทำกิจกรรมอาสาหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคืองานอาสา “รับฟัง” ที่จัดโดยธนาคารจิตอาสา
“ในงานนั้น วิทยากรชวนเราคุยว่า “ชีวิตคืออะไร” เป็นครั้งแรกที่เราได้เล่าเรื่องชีวิตแบบลึก ๆ ให้คนที่ไม่รู้จักฟัง สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการยอมรับอย่างไม่ตัดสิน รู้สึกประทับใจมาก ตอนนั้นได้เห็นว่าตัวเรายังไม่ยอมรับตัวเองเลยคิดเปรียบเทียบกับคนอื่นบ่อยๆว่าเรายังเป็นคนไม่ดีพอแต่คนตรงหน้าในงานซึ่งเป็นคนแปลกหน้ากลับรับฟังและยอมรับเราในแบบที่เราเป็นรู้สึกเลยว่าการฟังเป็นสิ่งที่มีพลังมากๆตอนนั้นบอกตัวเองเลยว่าฉันอยากทำสิ่งนี้อยากทำให้เป็นอาชีพ”
จากประสบการณ์ตรงที่ได้สัมผัสพลังแห่งการรับฟัง คุณชนากานต์เกิดแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์แห่งการฟังและการเข้าใจตัวเอง ระหว่างเรียนที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ เธอก็ขวนขวายหาโอกาสไปฝึกอบรมกับสถาบันต่าง ๆ เช่น Thailand Coaching Academy, การโค้ชเพื่อเสริมสร้างพลังชีวิตที่มูลนิธิจิตตาภิวัฒน์วิชชาลัย, หลักสูตร Search Inside Yourself จาก Google รวมถึงทักษะเกี่ยวกับบุคลิกภาพ เช่น MBTI (Myers-Briggs Type Indicator), DISC (Dominance, Influence, Steadiness, and Conscientiousness) และ Enneagram Strengths Finder
คุณชนากานต์ไม่ได้ไปคนเดียว เธอมักเกี่ยวก้อยชวนน้องสาวไปด้วยเสมอ และในช่วงที่เธอเป็นนิสิตชั้นปีที่ 2 คุณชนากานต์ก็เริ่มทดลองสร้างหลักสูตรสำหรับเยาวชนคนรุ่นใหม่ โดยรวบรวมองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่เธอร่ำเรียนและฝึกฝนมา ซึ่งการทดลองจัดเวิร์กชอปเพื่อพัฒนาด้านในสำหรับเยาวชนครั้งแรกในชีวิตได้ผลตอบรับดีมาก
“แกงส้มชวนน้องสาวและเพื่อนมาช่วยกันจัดเวิร์กชอปรับฟังให้น้อง ๆ ระดับมัธยม ตอนนั้นยังไม่ค่อยมีพื้นที่การอบรมแบบนี้เท่าไรนัก จึงเป็นครั้งแรกที่ผู้เข้าเวิร์กชอปได้มาทำความเข้าใจตัวเอง รักตัวเอง เห็นคุณค่าในตัวเอง” คุณชนากานต์กล่าว
ผลตอบรับจากน้อง ๆ มัธยมทำให้ทั้งสองใจฟู โดยเฉพาะคุณกันตพร ที่ได้เลือกเดินตามเสียงหัวใจตัวเอง เข้าศึกษาในคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ เหมือนพี่สาว ทั้งคู่เรียนรู้ศาสตร์แห่งธุรกิจและศาสตร์การพัฒนาศักยภาพตนเองควบคู่กันไป
“คนรุ่นใหม่อาจจะยังเข้าไม่ถึงศาสตร์การฝึกสติ เราก็อยากจะทำให้ศาสตร์นี้เข้าถึงง่าย จับต้องง่าย” คุณกันตพรกล่าวถึงการร่วมจัดการอบรมกับพี่สาว “เราเป็นคนที่สนใจเรื่อง mindfulness ฝึกสติตั้งแต่เด็กเคยไปเข้าค่ายฝึกสติตอนที่อยู่ป.6 เป็นคอร์สที่เปลี่ยนชีวิตเราได้มากจริงๆจากเคยเป็นคนคิดมากไม่เห็นคุณค่าในตัวเองพอเราฝึกสิ่งเหล่านี้ก็ทำให้มีทักษะในการจัดการความคิดในหัวของเราและจัดการอารมณ์ได้ดีขึ้น”
การทดลองจัดเวิร์กชอปเป็นเสมือนการทดลองต้นแบบ ซึ่งในเวลาต่อมาทั้งคู่ก็ได้พัฒนาแนวทางไปสู่แผนธุรกิจ คุณชนากานต์และคุณกันตพรได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวดแผนธุรกิจที่สิงคโปร์ ไปทำโครงการกับผู้นำเพื่อสังคมที่ Young Entrepreneur Programme, YSE Global Programme และเข้าเรียน School of Change Maker ในประเทศไทย และในปี 2020 ทั้งคู่ก็ได้มีโอกาสไปแข่งขัน Youth Co:Lab ของ UNDP (United Nations Development Program)
คุณชนากานต์เล่าว่า “ตอนนั้นใกล้จบปี 4 แล้ว ก็เริ่มคิดกับน้องสาวว่าเราจะทำสิ่งที่เราสนใจเป็นบริษัทได้อย่างไร เป็นอาชีพหลักได้ไหม” คุณกันตพรเสริม “แล้วเราก็ตัดสินใจเปิดบริษัท เป็นธุรกิจเพื่อสังคมและทำต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้”
สองพี่น้องตระกูลขจรเสรีจดทะเบียน Mindventure ในปี 2564 โดยกลุ่มเป้าหมายหลักคือเยาวชนและคนในวัยทำงาน
“Mindventure เป็นธุรกิจที่ไม่ได้มุ่งที่ผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่เราต้องการสร้างผลสะเทือนแง่บวกในสังคมด้วย เราตั้งใจให้ธุรกิจของเราช่วยกลุ่มเป้าหมายให้มีทักษะดูแลใจตัวเอง เพื่อรับมือกับปัญหาที่พวกเขาเผชิญในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มีความกดดันในเรื่องของการเรียน การค้นหาตัวเอง การใช้ชีวิต หรือกลุ่มวัยทำงานที่หมดไฟ มีความเครียดต่าง ๆ”
คอร์สของ Mindventure ออกแบบโดยนำหลักการมาจากพุทธศาสนาจิตวิทยาเชิงบวกและระบบประสาทวิทยาประกอบด้วยคอร์สที่น่าสนใจเช่น Search Inside Yourself คอร์สฝึกอบรมหลักที่จัดให้องค์กรเพื่อการค้นหาภายในตัวเอง Burnt out Prevention คอร์สป้องกันภาวะหมดไฟและการรับมือกับภาวะนี้ Communication and Team Building เทคนิคการสื่อสารในองค์กรเพื่อให้ทีมทำงานได้ดีขึ้นและเข้าใจกันมากขึ้น Mindfulness Leadership Program การสร้างภาวะผู้นำที่เน้นผู้บริหารในองค์กรที่อยากมีภาวะผู้นำที่ดีขึ้นมีสติมากขึ้นรวมถึงรุ่นใหม่ที่ขึ้นมาเป็นผู้นำ
คุณชนากานต์เล่าถึงกระบวนการในการฝึกอบรมว่า “คอร์สเหล่านี้เป็นพื้นที่ให้คนที่มาอบรมได้ทบทวนตัวเอง โดยวิทยากรเป็นผู้สร้างกระบวนการและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ถ้าผู้เข้าอบรมเปิดใจและให้ความร่วมมือกับกระบวนการ พวกเขาจะได้เรียนรู้มากที่สุด เป็นการเรียนรู้จากตัวเอง จากการได้มีเวลาทบทวน ไตร่ตรอง คุยกับตัวเองและเพื่อนที่เข้าร่วมการอบรม”
“ค้นหาตัวเองไม่เจอ–เปรียบเทียบ–ไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง” เป็นปัญหาสุขภาพจิตที่มักพบในหมู่ผู้เข้าอบรมที่เป็นเยาวชนและคนวัยทำงาน คุณกันตพรให้ข้อสังเกตว่า “เด็กที่เติบโตในสมัยที่มีโซเซียลมีเดีย มักเกิดความรู้สึกเปรียบเทียบกับคนอื่น แล้วกดดันตัวเองให้เป็นและทำเท่าคนอื่น ซึ่งในโซเซียลมีเดีย ผู้คนต่างโพสต์แต่ด้านดี ด้านที่ไม่ดีก็ไม่ได้โพสต์กัน นี่ก็เป็นหนึ่งในความเครียดของเขา รวมถึงการไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง ขาดแรงจูงใจในการเรียน ทำงาน และทำกิจกรรมต่าง ๆ”
“คนรุ่นใหม่ยังค้นหาตัวเองไม่เจอ เมื่อต้องเลือกว่าจะเรียนอะไร คณะไหน ก็ตัดสินใจไม่ค่อยจะได้ พอไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ได้รู้ว่าตัวเองมีจุดแข็งอย่างไร ก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะไปต่ออย่างไร ด้านไหน ภาวะหมดไฟก็เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ”
สำหรับคนวัยทำงาน การบริหารความสัมพันธ์ในที่ทำงานและภาวะหมดไฟดูจะประเด็นที่ถูกพูดถึงเสมอ ๆ คุณชนากานต์เล่าว่า “คนในวัย 40 – 50 ปีคือวัยที่ทำงานมานานแล้ว ต้องหาไฟในตัวเองต่อว่าอะไรเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานทุก ๆ วัน ส่วนเรื่องของความสัมพันธ์ในที่ทำงาน เราจะบริหารจัดการความสัมพันธ์อย่างไร ไม่ว่ากับเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า เพื่อนร่วมทีม หรือ คนรอบตัวที่ toxic เป็นพิษ”
สังคมแย่ คนอื่นไม่ดี เราอาจแก้ไขไม่ได้หรือยากที่จะเข้าไปแก้ แต่สิ่งที่เราพอทำได้คือแก้ไขตัวเอง คุณชนากานต์กล่าวพร้อมยกตัวอย่างกรณีของคนทำงานที่คิดจะเปลี่ยนงาน
“ก่อนจะไปถึงจุดนั้น ลองเปลี่ยนความคิดหรือกิจกรรม เราต้องเริ่มต้นกลับมาที่ตัวเองก่อน ทบทวนว่าจุดใดที่เป็นพิษ (toxic) ในปัญหามีองค์ประกอบทั้งฝั่งเขาและเรา หากเราเฝ้าดูตัวเองว่ามีอะไรที่อยู่ในการควบคุมของเรา มีอะไรที่เราปรับเปลี่ยนได้บ้าง เช่น ความคิด กิจกรรม”
“พอเรากลับมาทบทวน เราอาจจะเห็นมากขึ้นว่าสาเหตุคืออะไร จะเริ่มตรงไหน ที่สำคัญเลยคือต้องไม่เก็บปัญหาไว้คนเดียว เพราะอาจเป็นกับดักทางความคิดว่า “นี่เป็นปัญหาของเราและต้องแก้คนเดียว” ซึ่งก็จะทำให้เหนื่อย เราสามารถขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้างได้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน พ่อแม่ เพื่อนร่วมงาน หรือผู้เชี่ยวชาญ”
การอบรมกับ Mindventure อาจไม่สามารถพลิกชีวิตผู้เข้าอบรมจากหน้ามือเป็นหลังมือในช่วงข้ามคืน แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการทางสังคมทั้งสองอยากหยิบยื่นให้ผู้เข้าอบรมคือความเข้าใจและมุมมองใหม่ที่จะเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้นในทุก ๆ วัน
“สุขภาพดีไม่ใช่เพียงร่างกายแข็งแรง ไม่ป่วย แต่หมายถึงสุขภาพใจที่มีความสุขได้ในทุกวัน สุขได้แม้จะไม่ได้โบนัส เลื่อนขั้น หรือสิ่งที่ปรารถนาไม่เป็นดังใจ”
ความสำเร็จในการประกอบธุรกิจเพื่อสังคม Mindventure ในวันนี้มาจากการรู้จักตัวเอง รู้ชัดว่าอะไรคือเป้าหมายชีวิต และขวนขวายหาความรู้ ฝึกฝนทักษะเพื่อที่จะนำทางไปสู่ฝันที่วาดไว้ ทั้งคุณชนากานต์และกันตพรได้ใช้ทั้งวิชาใจที่เรียนรู้มาจากสถาบันต่าง ๆ คู่ไปกับวิชาธุรกิจที่ได้เรียนจากคณะคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี
คุณกันตพรเล่าประสบการณ์การเรียนและวิชาที่เธอชอบว่า “สมัยเรียนนอกจากเข้าคลาสก็ทำกิจกรรม อยู่ชมรม เราต้องวางแผน ประสานงานกับผู้อื่น เราต้องฝึกเป็นหัวหน้าโปรเจ็กต์ คุมเพื่อนในทีมงาน ทำให้เราได้ฝึก leadership skill มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ที่สามารถเรียนรู้ผิดพลาดหรือเป็น playground ให้กับเราในการลองฝึกทำงานก่อน”“วิชาที่ชอบซึ่งทุกวันนี้ยังเก็บชีทเอาไว้และได้ใช้เสมอคือ Consumers’ Behaviors ทำให้เราเข้าใจกลุ่มลูกค้า วิชา Business Strategy และหลักการทำธุรกิจเบื้องต้นทำให้เราเข้าใจการตลาด การเงิน และภาษีที่สามารถไปใช้ในการทำงานได้จริง”
คุณชนากานต์เสริมว่า “เนื้อหาในห้องเรียนที่ชอบคือวิชา Marketing การตลาดทำให้เราได้คิด เปิดมุมมอง และเห็นเคสธุรกิจต่าง ๆ วิชา Business Strategy เป็นหลักสูตรการวางแผนธุรกิจทำให้เราวางแผนว่าจะขยายธุรกิจอย่างไรและจะเกิดผลลัพธ์อย่างไร และ Personal Finance ถึงแม้เราไม่ได้เป็นนักวิเคราะห์หุ้นลงทุน แต่สุดท้ายก็ต้องหาเงิน บริหารเงินของตัวเอง”
“ถ้าความสำเร็จคือเท่าหนึ่งความท้าทายก็มีอีกหลายเท่า” แม้จะชื่นใจกับความสำเร็จของ Mindventure แต่ทั้งสองผู้ก่อตั้งก็ตระหนักดีว่ายังมีความท้าทายอีกมากรออยู่ ยิ่งในสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่บีบคั้นและกดดันเช่นปัจจุบัน
“เมื่อก่อนเราโหยหาความมั่นคงในชีวิต แต่ปัจจุบันเราต้องการความมั่นคงทางจิตใจ Mindventure อยากจะมีส่วนช่วยให้ผู้คนกลับมามีความสุข มีชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งสุขภาพ ความสุข และสมดุลชีวิต และที่สุดแล้ว เราต้องการขยายผลลัพธ์ไปยังสังคมให้เกิดในวงกว้างขึ้นไปกว่าเดิม” คุณชนากานต์กล่าว
สนใจคอร์สและรู้จัก Mindventure ได้ที่ www.mindventure.co.th หรือติดต่อ info@mindventure.co.th เพจเฟสบุ๊กFacebook Page
สำหรับเยาวชน: https://www.facebook.com/Mindventureteam
สำหรับองค์กร: https://www.facebook.com/MindventureGlobal
สำหรับพ่อแม่และเด็ก: https://www.facebook.com/MindventureKids
IG: www.instagram.com/mindventureteam
MsNamwarn Youtube Channel: https://www.youtube.com/channel/UCThT4w9kBTpw3yO7EQ8W65w
แกงส้มเพจเฟสบุ๊ก https://www.facebook.com/KangSOMpage
จากอวนประมงสู่เส้นฟิลาเมนต์ นวัตกรรมจุฬาฯ รีไซเคิลขยะจากทะเล แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม
“แลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34” โพรไบโอติกประจำถิ่น ลดการอักเสบในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
Silklife นวัตกรรมนักวิจัยจุฬาฯ ยกระดับไหมไทย จากงานฝีมือสู่วัสดุการแพทย์ระดับสากล
ข้อเข่าเสื่อม โรคฮิตในผู้สูงอายุ รักษาได้ด้วยยาและการผ่าตัด
OSener ชุดกิจกรรมศิลปะเพื่อคนวัย 50+ เติมเต็มวันว่าง แก้เหงา ชะลอสมองเสื่อม
วิศวฯ จุฬาฯ นำองค์ความรู้สู่ “SMR” โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก พลังงานสะอาดเพื่ออนาคตไทย เทคโนโลยีใหม่ ปลอดภัยกว่าเดิม
จุฬาฯ มีลักษณะของความเป็นพี่น้อง ความอบอุ่น เป็นสังคมที่อยากอนุรักษ์ไว้ ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จุฬาฯ มีลักษณะของความเป็นพี่น้อง ความอบอุ่น เป็นสังคมที่อยากอนุรักษ์ไว้
ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับท่าน และเพื่อพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ตรงต่อความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น ท่านสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และท่านสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
ท่านสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
ประเภทของคุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้ท่านสามารถใช้เว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ ท่านไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน โดยมีจุดประสงค์คือนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ให้มีคุณภาพ และสร้างประสบการณ์ที่ดีกับผู้ใช้งาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราอาจไม่สามารถวัดผลเพื่อการปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ให้ดีขึ้นได้ รายละเอียดคุกกี้