Highlights

Mindventure ธุรกิจฮีลใจตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ในยุคสังคมกดดัน


Forbes Asia ยกย่องนิสิตเก่าคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีจุฬาฯให้เป็น 1 ใน 30 คนรุ่นใหม่ผู้ทรงอิทธิพลแห่งเอเชียด้าน Social Impact ประจำปี 2025 จากการก่อตั้ง Mindventure ธุรกิจเพื่อสังคมที่มุ่งตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพจิตเยาวชนและวัยทำงานในยุคสังคมกดดันเคร่งเครียดและโดดเดี่ยว


หมดไฟทำงานขาดแรงบันดาลใจในการเรียนไม่เห็นคุณค่าตัวเองเศร้าเหงาเบื่อสังคมรู้สึกกำลังอยู่กับคนที่เป็นพิษ (Toxic) – เป็นความรู้สึกที่อาจจะกำลังกัดกินใจใครหลายคน แม้จะไม่อยากรู้สึก แต่ก็ยากจะเลี่ยง เพราะสภาพสังคมและเศรษฐกิจในปัจจุบัน วิถีชีวิต โลกโซเซียล ฯลฯ เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้คนมีความเครียดสูง รู้สึกกดดัน และโดดเดี่ยว

การเปลี่ยนโลกอาจจะยากกว่าการเปลี่ยนตัวเอง ปรับมุมมอง และเรียนรู้แนวทางในการจัดการอารมณ์และวิธีการรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่เป็นดั่งใจ – นี่คือโอกาสและความตั้งใจในการก่อตั้งธุรกิจเพื่อสังคม Mindventure ของสองพี่น้อง – คุณชนากานต์ (แกงส้ม) และคุณกันตพร (น้ำหวาน) ขจรเสรีนิสิตเก่าจากคณะบริหารธุรกิจบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“ปัญหาสุขภาพจิตเป็นสิ่งสำคัญมากเพราะทุกอย่างเริ่มที่จิตใจ ถ้าเรามีความเครียด ไม่มีความสุขในชีวิตก็ส่งผลต่อการทำงาน ความสัมพันธ์ แค่หนึ่งคนที่มีความเจ็บปวดทางด้านจิตใจ มีความทุกข์ ก็ส่งผลเป็นวงกว้างให้กับสภาพแวดล้อมรอบตัวแล้ว เราจึงต้องใส่ใจเรื่องจิตใจ” คุณชนากานต์กล่าว

“เราทำ Mindventure ขึ้นมาด้วยความตั้งใจที่จะช่วยบรรเทาปัญหาสุขภาพจิตของคนในสังคม เราจัดการฝึกอบรมให้กับเยาวชน คนวัยทำงาน และกลุ่มบริษัท ให้คนเข้าใจตัวเอง มีทักษะเรียนรู้ในตัวตน เพื่อพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความเครียดของสังคม ทั้งสังคมการเรียนและสังคมการทำงาน และสังคมในภาพรวม”

จากการดำเนินโครงการเพื่อสังคมเป็นเวลา 10 ปี สองพี่น้องผู้ก่อตั้ง Mindventure ในฐานะผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่อายุต่ำกว่า 30 ปีก็ได้รับคัดเลือกจากนิตยสาร Forbes Asia ให้เป็น 1 ใน 30 คนรุ่นใหม่ผู้ทรงอิทธิพลแห่งเอเชียด้าน Social Impact ประจำปี 2025

คุณชนากานต์ กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้รับรางวัลดังกล่าวว่า “รู้สึกดีใจที่ความตั้งใจของเราที่ต้องการสร้างผลสะเทือนในสังคมได้รับการยอมรับจากสังคมภายนอก รางวัลนี้ยังทำให้เราได้ทบทวนตัวเองด้วยว่าเราทำอะไรมาบ้าง เกิดอะไรขึ้นบ้าง และจะไปต่ออย่างไร”

คุณกันตพร ก็รู้สึกไม่ต่างกัน “รู้สึกดีใจและว๊าวมาก คาดไม่ถึงว่าเราจะได้รับคัดเลือกเป็น Forbes Under 30 ขอขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนเราตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพราะกว่าจะมาเป็น Mindventureก็ผ่านอะไรมาเยอะ ถ้าไม่ได้ทุกคนสนับสนุน ก็ไม่ได้เป็นเราในวันนี้ อยากขอบคุณโรงเรียน จุฬาฯ ครอบครัว และเพื่อนร่วมทีมที่ช่วยผลักดันกันจนมาถึงจุดนี้”

สองพี่น้องผู้ก่อตั้ง Mindventure คุณชนากานต์ขจรเสรี (ขวา) 
และคุณกันตพรขจรเสรี (ซ้าย)
สองพี่น้องผู้ก่อตั้ง Mindventure คุณชนากานต์ ขจรเสรี (ขวา)
และคุณกันตพร ขจรเสรี (ซ้าย)

จุดเริ่มต้นของธุรกิจฮีลใจในวันนี้เกิดขึ้นเมื่อครั้งคุณชนากานต์เป็นนักเรียนมัธยมชั้นปีที่ 6 เธอเล่าว่าเธอชอบทำกิจกรรมอาสาหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคืองานอาสา “รับฟัง” ที่จัดโดยธนาคารจิตอาสา

“ในงานนั้น วิทยากรชวนเราคุยว่า ชีวิตคืออะไร เป็นครั้งแรกที่เราได้เล่าเรื่องชีวิตแบบลึก ๆ ให้คนที่ไม่รู้จักฟัง สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการยอมรับอย่างไม่ตัดสิน รู้สึกประทับใจมาก ตอนนั้นได้เห็นว่าตัวเรายังไม่ยอมรับตัวเองเลยคิดเปรียบเทียบกับคนอื่นบ่อยๆว่าเรายังเป็นคนไม่ดีพอแต่คนตรงหน้าในงานซึ่งเป็นคนแปลกหน้ากลับรับฟังและยอมรับเราในแบบที่เราเป็นรู้สึกเลยว่าการฟังเป็นสิ่งที่มีพลังมากๆตอนนั้นบอกตัวเองเลยว่าฉันอยากทำสิ่งนี้อยากทำให้เป็นอาชีพ”

คุณชนากานต์ ขจรเสรีขณะเป็นวิทยากรฝึกอบรมให้กับองค์กร
คุณกันตพร ขจรเสรีขณะเป็นวิทยากรฝึกอบรมให้กับองค์กร

จากประสบการณ์ตรงที่ได้สัมผัสพลังแห่งการรับฟัง คุณชนากานต์เกิดแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์แห่งการฟังและการเข้าใจตัวเอง ระหว่างเรียนที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ เธอก็ขวนขวายหาโอกาสไปฝึกอบรมกับสถาบันต่าง ๆ เช่น Thailand Coaching Academy, การโค้ชเพื่อเสริมสร้างพลังชีวิตที่มูลนิธิจิตตาภิวัฒน์วิชชาลัย, หลักสูตร Search Inside Yourself จาก Google รวมถึงทักษะเกี่ยวกับบุคลิกภาพ เช่น MBTI (Myers-Briggs Type Indicator), DISC (Dominance, Influence, Steadiness, and Conscientiousness) และ Enneagram Strengths Finder

คุณชนากานต์ไม่ได้ไปคนเดียว เธอมักเกี่ยวก้อยชวนน้องสาวไปด้วยเสมอ และในช่วงที่เธอเป็นนิสิตชั้นปีที่ 2 คุณชนากานต์ก็เริ่มทดลองสร้างหลักสูตรสำหรับเยาวชนคนรุ่นใหม่ โดยรวบรวมองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่เธอร่ำเรียนและฝึกฝนมา ซึ่งการทดลองจัดเวิร์กชอปเพื่อพัฒนาด้านในสำหรับเยาวชนครั้งแรกในชีวิตได้ผลตอบรับดีมาก

“แกงส้มชวนน้องสาวและเพื่อนมาช่วยกันจัดเวิร์กชอปรับฟังให้น้อง ๆ ระดับมัธยม ตอนนั้นยังไม่ค่อยมีพื้นที่การอบรมแบบนี้เท่าไรนัก จึงเป็นครั้งแรกที่ผู้เข้าเวิร์กชอปได้มาทำความเข้าใจตัวเอง รักตัวเอง เห็นคุณค่าในตัวเอง” คุณชนากานต์กล่าว

ผลตอบรับจากน้อง ๆ มัธยมทำให้ทั้งสองใจฟู โดยเฉพาะคุณกันตพร ที่ได้เลือกเดินตามเสียงหัวใจตัวเอง เข้าศึกษาในคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ เหมือนพี่สาว ทั้งคู่เรียนรู้ศาสตร์แห่งธุรกิจและศาสตร์การพัฒนาศักยภาพตนเองควบคู่กันไป

 “คนรุ่นใหม่อาจจะยังเข้าไม่ถึงศาสตร์การฝึกสติ เราก็อยากจะทำให้ศาสตร์นี้เข้าถึงง่าย จับต้องง่าย” คุณกันตพรกล่าวถึงการร่วมจัดการอบรมกับพี่สาว “เราเป็นคนที่สนใจเรื่อง mindfulness ฝึกสติตั้งแต่เด็กเคยไปเข้าค่ายฝึกสติตอนที่อยู่ป.6 เป็นคอร์สที่เปลี่ยนชีวิตเราได้มากจริงๆจากเคยเป็นคนคิดมากไม่เห็นคุณค่าในตัวเองพอเราฝึกสิ่งเหล่านี้ก็ทำให้มีทักษะในการจัดการความคิดในหัวของเราและจัดการอารมณ์ได้ดีขึ้น”

การทดลองจัดเวิร์กชอปเป็นเสมือนการทดลองต้นแบบ ซึ่งในเวลาต่อมาทั้งคู่ก็ได้พัฒนาแนวทางไปสู่แผนธุรกิจ คุณชนากานต์และคุณกันตพรได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวดแผนธุรกิจที่สิงคโปร์ ไปทำโครงการกับผู้นำเพื่อสังคมที่ Young Entrepreneur Programme, YSE Global Programme และเข้าเรียน School of Change Maker ในประเทศไทย และในปี 2020 ทั้งคู่ก็ได้มีโอกาสไปแข่งขัน Youth Co:Lab ของ UNDP (United Nations Development Program)

คุณชนากานต์เล่าว่า “ตอนนั้นใกล้จบปี 4 แล้ว ก็เริ่มคิดกับน้องสาวว่าเราจะทำสิ่งที่เราสนใจเป็นบริษัทได้อย่างไร เป็นอาชีพหลักได้ไหม” คุณกันตพรเสริม “แล้วเราก็ตัดสินใจเปิดบริษัท เป็นธุรกิจเพื่อสังคมและทำต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้”

สองพี่น้องตระกูลขจรเสรีจดทะเบียน Mindventure ในปี 2564 โดยกลุ่มเป้าหมายหลักคือเยาวชนและคนในวัยทำงาน

“Mindventure เป็นธุรกิจที่ไม่ได้มุ่งที่ผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่เราต้องการสร้างผลสะเทือนแง่บวกในสังคมด้วย เราตั้งใจให้ธุรกิจของเราช่วยกลุ่มเป้าหมายให้มีทักษะดูแลใจตัวเอง เพื่อรับมือกับปัญหาที่พวกเขาเผชิญในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มีความกดดันในเรื่องของการเรียน การค้นหาตัวเอง การใช้ชีวิต หรือกลุ่มวัยทำงานที่หมดไฟ มีความเครียดต่าง ๆ”

Mindventure ธุรกิจเพื่อสังคมเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพจิต สร้างผลกระทบเชิงบวกให้สังคม
Mindventure ธุรกิจเพื่อสังคมเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพจิต สร้างผลกระทบเชิงบวกให้สังคม
คอร์สฝึกอบรมจาก Mindventure ที่จัดให้กับเยาวชนและวัยทำงาน
คอร์สฝึกอบรมจาก Mindventure ที่จัดให้กับเยาวชนและวัยทำงาน
คอร์สฝึกอบรมจาก Mindventure ที่จัดให้กับเยาวชนและวัยทำงาน

คอร์สของ Mindventure ออกแบบโดยนำหลักการมาจากพุทธศาสนาจิตวิทยาเชิงบวกและระบบประสาทวิทยาประกอบด้วยคอร์สที่น่าสนใจเช่น Search Inside Yourself คอร์สฝึกอบรมหลักที่จัดให้องค์กรเพื่อการค้นหาภายในตัวเอง Burnt out Prevention คอร์สป้องกันภาวะหมดไฟและการรับมือกับภาวะนี้ Communication and Team Building เทคนิคการสื่อสารในองค์กรเพื่อให้ทีมทำงานได้ดีขึ้นและเข้าใจกันมากขึ้น Mindfulness Leadership Program การสร้างภาวะผู้นำที่เน้นผู้บริหารในองค์กรที่อยากมีภาวะผู้นำที่ดีขึ้นมีสติมากขึ้นรวมถึงรุ่นใหม่ที่ขึ้นมาเป็นผู้นำ

คุณชนากานต์เล่าถึงกระบวนการในการฝึกอบรมว่า “คอร์สเหล่านี้เป็นพื้นที่ให้คนที่มาอบรมได้ทบทวนตัวเอง โดยวิทยากรเป็นผู้สร้างกระบวนการและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ถ้าผู้เข้าอบรมเปิดใจและให้ความร่วมมือกับกระบวนการ พวกเขาจะได้เรียนรู้มากที่สุด เป็นการเรียนรู้จากตัวเอง จากการได้มีเวลาทบทวน ไตร่ตรอง คุยกับตัวเองและเพื่อนที่เข้าร่วมการอบรม” 

ค้นหาตัวเองไม่เจอเปรียบเทียบไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง” เป็นปัญหาสุขภาพจิตที่มักพบในหมู่ผู้เข้าอบรมที่เป็นเยาวชนและคนวัยทำงาน คุณกันตพรให้ข้อสังเกตว่า “เด็กที่เติบโตในสมัยที่มีโซเซียลมีเดีย มักเกิดความรู้สึกเปรียบเทียบกับคนอื่น แล้วกดดันตัวเองให้เป็นและทำเท่าคนอื่น ซึ่งในโซเซียลมีเดีย ผู้คนต่างโพสต์แต่ด้านดี ด้านที่ไม่ดีก็ไม่ได้โพสต์กัน นี่ก็เป็นหนึ่งในความเครียดของเขา รวมถึงการไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง ขาดแรงจูงใจในการเรียน ทำงาน และทำกิจกรรมต่าง ๆ”

“คนรุ่นใหม่ยังค้นหาตัวเองไม่เจอ เมื่อต้องเลือกว่าจะเรียนอะไร คณะไหน ก็ตัดสินใจไม่ค่อยจะได้ พอไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ได้รู้ว่าตัวเองมีจุดแข็งอย่างไร ก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะไปต่ออย่างไร ด้านไหน ภาวะหมดไฟก็เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ”

สำหรับคนวัยทำงาน การบริหารความสัมพันธ์ในที่ทำงานและภาวะหมดไฟดูจะประเด็นที่ถูกพูดถึงเสมอ ๆ คุณชนากานต์เล่าว่า “คนในวัย 40 – 50 ปีคือวัยที่ทำงานมานานแล้ว ต้องหาไฟในตัวเองต่อว่าอะไรเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานทุก ๆ วัน ส่วนเรื่องของความสัมพันธ์ในที่ทำงาน เราจะบริหารจัดการความสัมพันธ์อย่างไร ไม่ว่ากับเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า เพื่อนร่วมทีม หรือ คนรอบตัวที่ toxic เป็นพิษ” 

คุณกันตพรขจรเสรีขณะเป็นวิทยากรฝึกอบรม
คุณกันตพรขจรเสรีขณะเป็นวิทยากรฝึกอบรม

สังคมแย่ คนอื่นไม่ดี เราอาจแก้ไขไม่ได้หรือยากที่จะเข้าไปแก้ แต่สิ่งที่เราพอทำได้คือแก้ไขตัวเอง คุณชนากานต์กล่าวพร้อมยกตัวอย่างกรณีของคนทำงานที่คิดจะเปลี่ยนงาน

“ก่อนจะไปถึงจุดนั้น ลองเปลี่ยนความคิดหรือกิจกรรม เราต้องเริ่มต้นกลับมาที่ตัวเองก่อน ทบทวนว่าจุดใดที่เป็นพิษ (toxic) ในปัญหามีองค์ประกอบทั้งฝั่งเขาและเรา หากเราเฝ้าดูตัวเองว่ามีอะไรที่อยู่ในการควบคุมของเรา มีอะไรที่เราปรับเปลี่ยนได้บ้าง เช่น ความคิด กิจกรรม”

“พอเรากลับมาทบทวน เราอาจจะเห็นมากขึ้นว่าสาเหตุคืออะไร จะเริ่มตรงไหน ที่สำคัญเลยคือต้องไม่เก็บปัญหาไว้คนเดียว เพราะอาจเป็นกับดักทางความคิดว่า “นี่เป็นปัญหาของเราและต้องแก้คนเดียว” ซึ่งก็จะทำให้เหนื่อย เราสามารถขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้างได้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน พ่อแม่ เพื่อนร่วมงาน หรือผู้เชี่ยวชาญ”

การอบรมกับ Mindventure อาจไม่สามารถพลิกชีวิตผู้เข้าอบรมจากหน้ามือเป็นหลังมือในช่วงข้ามคืน แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการทางสังคมทั้งสองอยากหยิบยื่นให้ผู้เข้าอบรมคือความเข้าใจและมุมมองใหม่ที่จะเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้นในทุก ๆ วัน

“สุขภาพดีไม่ใช่เพียงร่างกายแข็งแรง ไม่ป่วย แต่หมายถึงสุขภาพใจที่มีความสุขได้ในทุกวัน สุขได้แม้จะไม่ได้โบนัส เลื่อนขั้น หรือสิ่งที่ปรารถนาไม่เป็นดังใจ”

ความสำเร็จในการประกอบธุรกิจเพื่อสังคม Mindventure ในวันนี้มาจากการรู้จักตัวเอง รู้ชัดว่าอะไรคือเป้าหมายชีวิต และขวนขวายหาความรู้ ฝึกฝนทักษะเพื่อที่จะนำทางไปสู่ฝันที่วาดไว้ ทั้งคุณชนากานต์และกันตพรได้ใช้ทั้งวิชาใจที่เรียนรู้มาจากสถาบันต่าง ๆ คู่ไปกับวิชาธุรกิจที่ได้เรียนจากคณะคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี

คุณกันตพรเล่าประสบการณ์การเรียนและวิชาที่เธอชอบว่า “สมัยเรียนนอกจากเข้าคลาสก็ทำกิจกรรม อยู่ชมรม เราต้องวางแผน ประสานงานกับผู้อื่น เราต้องฝึกเป็นหัวหน้าโปรเจ็กต์ คุมเพื่อนในทีมงาน ทำให้เราได้ฝึก leadership skill มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ที่สามารถเรียนรู้ผิดพลาดหรือเป็น playground ให้กับเราในการลองฝึกทำงานก่อน”

“วิชาที่ชอบซึ่งทุกวันนี้ยังเก็บชีทเอาไว้และได้ใช้เสมอคือ Consumers’ Behaviors ทำให้เราเข้าใจกลุ่มลูกค้า วิชา Business Strategy และหลักการทำธุรกิจเบื้องต้นทำให้เราเข้าใจการตลาด การเงิน และภาษีที่สามารถไปใช้ในการทำงานได้จริง”

คุณชนากานต์เสริมว่า “เนื้อหาในห้องเรียนที่ชอบคือวิชา Marketing การตลาดทำให้เราได้คิด เปิดมุมมอง และเห็นเคสธุรกิจต่าง ๆ วิชา Business Strategy เป็นหลักสูตรการวางแผนธุรกิจทำให้เราวางแผนว่าจะขยายธุรกิจอย่างไรและจะเกิดผลลัพธ์อย่างไร และ Personal  Finance ถึงแม้เราไม่ได้เป็นนักวิเคราะห์หุ้นลงทุน แต่สุดท้ายก็ต้องหาเงิน บริหารเงินของตัวเอง”

“ถ้าความสำเร็จคือเท่าหนึ่งความท้าทายก็มีอีกหลายเท่า” แม้จะชื่นใจกับความสำเร็จของ Mindventure แต่ทั้งสองผู้ก่อตั้งก็ตระหนักดีว่ายังมีความท้าทายอีกมากรออยู่ ยิ่งในสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่บีบคั้นและกดดันเช่นปัจจุบัน

“เมื่อก่อนเราโหยหาความมั่นคงในชีวิต แต่ปัจจุบันเราต้องการความมั่นคงทางจิตใจ Mindventure อยากจะมีส่วนช่วยให้ผู้คนกลับมามีความสุข มีชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งสุขภาพ ความสุข และสมดุลชีวิต และที่สุดแล้ว เราต้องการขยายผลลัพธ์ไปยังสังคมให้เกิดในวงกว้างขึ้นไปกว่าเดิม” คุณชนากานต์กล่าว

สนใจคอร์สและรู้จัก Mindventure ได้ที่ www.mindventure.co.th หรือติดต่อ info@mindventure.co.th  เพจเฟสบุ๊กFacebook Page

สำหรับเยาวชน: https://www.facebook.com/Mindventureteam

สำหรับองค์กร: https://www.facebook.com/MindventureGlobal

สำหรับพ่อแม่และเด็ก: https://www.facebook.com/MindventureKids

IG: www.instagram.com/mindventureteam

MsNamwarn Youtube Channel: https://www.youtube.com/channel/UCThT4w9kBTpw3yO7EQ8W65w

แกงส้มเพจเฟสบุ๊ก https://www.facebook.com/KangSOMpage

จุฬาฯ สนับสนุนให้อาจารย์ทำงานวิจัย นับว่าเป็นสิ่งที่ดีมากต่อทั้งอาจารย์ นิสิต รวมถึงภาคประชาสังคม

รองศาสตราจารย์ ดร.สุชนา ชวนิชย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับท่าน และเพื่อพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ตรงต่อความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น ท่านสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และท่านสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

ท่านสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้ท่านสามารถใช้เว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ ท่านไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน โดยมีจุดประสงค์คือนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ให้มีคุณภาพ และสร้างประสบการณ์ที่ดีกับผู้ใช้งาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราอาจไม่สามารถวัดผลเพื่อการปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ให้ดีขึ้นได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า