จุฬาฯ ลงนามความร่วมมือกับกรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่งเสริมพัฒนางานวิจัยการเลี้ยงหนอนไหมเพื่อใช้เป็นวัสดุทางการแพทย์

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกัน เพื่อสนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนากระบวนการเลี้ยงหนอนไหมและผลิตรังไหมอินทรีย์จากโรงเลี้ยงหนอนไหมต้นแบบให้มีมาตรฐานเหมาะสำหรับนำไปใช้เป็นวัสดุทางการแพทย์ และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
งานแถลงข่าวความร่วมมือทางวิชาการระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและกรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2566 ณ ห้อง 202 อาคารจามจุรี 4 โดยมี ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ และนายประกอบ เผ่าพงศ์ อธิบดีกรมหม่อนไหม เป็นประธานในพิธี ผู้ร่วมลงนามเป็นพยานประกอบด้วย ศ.ดร.ธวัชชัย ชรินพาณิชกุล รองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ รศ.ดร.จุฑามาศ รัตนวราภรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยวิศวกรรมชีวเวช คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ คุณนุชจรี วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาหม่อนไหม และว่าที่ร้อยตรี ธีระนันท์ พิจารโชติ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีหม่อนไหม

รศ.ดร.จุฑามาศ รัตนวราภรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยวิศวกรรมชีวเวช คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เปิดเผยว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีความร่วมมือทางด้านงานวิจัยวิชาการกับกรมหม่อนไหมมานานกว่า 17 ปีแล้ว การลงนามความร่วมมือระหว่างจุฬาฯ กับกรมหม่อนไหมในครั้งนี้จะทำให้เกิดความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้องค์ความรู้ที่กรมหม่อนไหมสนับสนุนให้กับจุฬาฯ มาโดยตลอดเกิดการต่อยอดเพื่อการใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์ได้ โดยมีแผนพัฒนาอย่างต่อเนื่องในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนากระบวนการเลี้ยงไหม เพื่อให้ได้รังไหมที่มีความเหมาะสมสำหรับใช้ทางการแพทย์ โดยนำองค์ความรู้ของจุฬาฯ และความเชี่ยวชาญของกรมหม่อนไหมเข้ามาช่วยในเรื่องของการขึ้นทะเบียนมาตรฐานต่างๆ และโครงการสร้างความยั่งยืนให้กับการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมด้วยการพัฒนาสูตรอาหารสำหรับหนอนไหม
ด้านความพร้อมของจุฬาฯ ในโครงการความร่วมมือครั้งนี้ รศ.ดร.จุฑามาศ กล่าวว่าจุฬาฯ มีความพร้อมในการนำงานวิจัยไปสร้างเป็นรายได้กลับคืนมาสู่มหาวิทยาลัย โดยจุฬาฯ มีบริษัท Spin – off ที่บ่มเพาะโดย CU innovation Hub และมีบริษัท Engine Life ภายใต้ CU Engineering Enterprise ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ช่วยให้การทำงานมีความคล่องตัวมากขึ้น และสามารถทำงานวิจัยได้อย่างรวดเร็ว ในส่วนของงานวิจัยเกี่ยวกับไหมไทยนั้น จุฬาฯ มีงานวิจัยเรื่องโปรตีนไหมที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการนำมาใช้รักษาโรคต่างๆ ความร่วมมือระหว่างจุฬาฯ กับกรมหม่อนไหมในครั้งนี้จะมีการต่อยอดงานวิจัยเรื่องโปรตีนไหม โดยเน้นที่การนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์
“การเพิ่มคุณค่าไหมไทยโดยการนำผลผลิตจากเกษตรกรที่ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมาพัฒนาเป็นวัสดุทางการแพทย์จะช่วยเพิ่มคุณค่าไหมไทยซึ่งเป็นมรดกของประเทศ และมีส่วนช่วยลดการนำเข้าผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์จากต่างประเทศซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย” รศ.ดร.จุฑามาศ กล่าวทิ้งท้าย























