รู้จักจุฬาฯ
การบริหาร
อัตลักษณ์มหาวิทยาลัย
Green University
Sustainability
ติดต่อจุฬาฯ
บริจาคให้จุฬาฯ
หลักสูตร
การสมัครเข้าศึกษา
หน่วยงานการศึกษา
บริการนิสิต
บริการวิชาการ
บริการทางการแพทย์
บริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพ
สารสนเทศและการสื่อสาร
พื้นที่สร้างสรรค์
ข่าวสารและความเคลื่อนไหว
วารสารจุฬาฯ
สาระความรู้
ข่าวสารจุฬาฯ
23 เมษายน 2563
ข่าวเด่น
“หน้ากากอนามัย” เป็นผลิตภัณฑ์ใช้แล้วทิ้งเพื่อสุขลักษณะอนามัยที่ดี แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 จะคลี่คลาย แต่หน้ากากอนามัยก็ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นในการป้องกันฝุ่นและมลพิษทางอากาศ ศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาฯ (CU Innovation Hub) ร่วมกับคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ จึงได้คิดค้นสเปรย์เพื่อเปลี่ยนหน้ากากผ้าใช้ซ้ำให้มีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่น PM 2.5 ต้านไวรัสและเชื้อโรคเทียบเท่าหน้ากากอนามัย N95 ช่วยลดขยะที่เกิดจากการใช้หน้ากากอนามัยแบบใช้แล้วทิ้ง และเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ที่ใช้หน้ากากแบบผ้าให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
“ในภาวะวิกฤต COVID-19 เป็นช่วงเวลาที่เราจะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในการสร้างสรรค์งานนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม สเปรย์ที่พัฒนาขึ้นนี้จะทำให้หน้ากากผ้าธรรมดาสามารถกรองฝุ่นและไวรัสได้ดีขึ้น สามารถใช้ซ้ำได้ ช่วยลดการทิ้งหน้ากากอนามัย เพิ่มทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงหน้ากากราคาแพงได้ ซึ่งสามารถต่อยอดพัฒนาในระยะยาวได้ และคาดว่าจะขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศได้อีกด้วย” อ.ดร.ศันธยา กิตติโกวิท ผู้ช่วยอธิการบดีจุฬาฯ และผู้อำนวยการศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาฯ (CU Innovation Hub) กล่าว
ผศ.ภญ.ดร.จิตติมา ลัคนากุล ภาควิชาวิทยาการเภสัชกรรมและเภสัชอุตสาหกรรม คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวถึงสเปรย์หน้ากากผ้ากรองฝุ่น กันไวรัส “Shield+” ที่พัฒนาขึ้นในช่วงวิกฤต COVID-19 ว่า เป็นผลงานวิจัยในช่วงที่ PM 2.5 กำลังเป็นปัญหาของประเทศ เมื่อเราเห็นหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วทิ้งที่อาจจะเป็นขยะทำลายสิ่งแวดล้อม จึงคิดหาวิธีการเสริมหน้ากากผ้าให้กรองฝุ่นได้ดีขึ้น โดยใช้พอลิเมอร์ในเภสัชภัณฑ์มาประยุกต์เพื่อให้เกิดกลไกที่หลากหลาย ทำให้พอลิเมอร์เข้าไปแทรกตัวและสอดประสานเส้นใยของผ้า ลดช่องว่างระหว่างเส้นใยผ้าให้เล็กลง เพิ่มประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นได้ดีขึ้น ช่วยผลักฝุ่นและเชื้อโรคออกไปได้ด้วย
Shield+: Protecting Spray ที่ ผศ.ภญ.ดร.จิตติมา ร่วมกับ ภญ.พุทธิมน ศรีบนฟ้า ได้พัฒนาขึ้นนั้นมี 2 ชนิด ได้แก่ Shield (ไม่กันน้ำ) และ Shield+ (กันน้ำ) เริ่มจากการคลี่มุมพับหรือกางตะเข็บของหน้ากากออกฉีดสเปรย์บริเวณด้านหน้าของหน้ากากผ้าให้ทั่วประมาณ 12-15 ครั้ง จากนั้นนำไปตากให้แห้งสนิทก็สามารถนำไปใช้ได้ ส่วน Shield+กันน้ำจะต้องรีดด้วยเตารีดให้แห้งสนิทก่อนจึงจะเพิ่มประสิทธิภาพในการกันน้ำได้ โดยสเปรย์ 1 ขวดมีปริมาณ 60 มิลลิลิตร สามารถใช้ได้ 24 ครั้งหรือโดยเฉลี่ย 1 เดือน ซึ่งพอลิเมอร์ที่เคลือบอยู่บนหน้ากากผ้าจะละลายไปในขณะซัก อาจจะมีหลงเหลือบนผ้าบางส่วนสำหรับ Shield+ แต่ก็ยังคงปลอดภัยต่อผู้ใช้เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ที่ใช้ในเภสัชภัณฑ์ยาเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ผศ.ภญ.ดร.จิตติมา กล่าวถึงหน้ากากผ้าที่ได้รับการฉีดสเปรย์ว่า จากการทดสอบด้วยตัวเองไม่ได้รู้สึกหายใจลำบากขึ้น เนื่องจากพอลิเมอร์ที่ใช้คือพอลิเมอร์ในการผลิตยาไม่ใช่พลาสติก เป็นวัสดุกึ่งนาโนเทคโนโลยีจึงต้องใช้ความร้อนทำให้วัสดุยึดติดกับผ้าและสามารถกันน้ำได้ การรีดจึงเป็นการคลายอนุภาคออกให้เคลือบได้ทั่วถึง กลายเป็นฟิล์มเคลือบหน้ากาก ในการฉีดสเปรย์ควรฉีดหน้ากากแค่ด้านนอก ซึ่งสูตรนี้จะมีกลไกในการผลักฝุ่นและไวรัสออกไป มีการทดสอบหลายอย่างกับหน้ากากผ้ามาตรฐานทั่วไป ทั้งการทดสอบคุณสมบัติการกรองอนุภาคด้วยมาตรฐานสากล ASTM (American Society for Testing and Materials) ซึ่งเป็นสมาคมวิชาชีพทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่กำหนดและจัดทำมาตรฐานซึ่งได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ในด้านคุณสมบัติการกรองฝุ่น 0.3 ไมครอนสามารถใช้ได้ดีขึ้น 83% เมื่อเทียบกับหน้ากากที่ไม่ได้ใช้สเปรย์ และมีการทดสอบต่อในคุณสมบัติการกรองเชื้อ 2 ระดับ ทั้งเชื้อในอากาศและเชื้อในน้ำลาย สำหรับในประเทศไทยยังไม่มีศูนย์ทดสอบที่สามารถออกใบรับรองได้ เราจึงปรับเปลี่ยนตามมาตรฐานต่างประเทศที่สามารถทำได้เองในห้องปฏิบัติการ และด้วยความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยรามคำแหงเราได้รับความอนุเคราะห์ด้านเครื่องมือในการทดสอบเชื้อที่มากับอากาศ ซึ่งช่วยลดเชื้อในอากาศได้ 140% ส่วนเชื้อในน้ำลายเราทดสอบในน้ำลายอาสาสมัครด้วยการหยอดลงบนหน้ากากและเพิ่มความดันบังคับให้น้ำลายซึมลงผ้า ซึ่งเป็นแรงดันในการทดสอบสูงกว่าการไอ-จามของคนปกติถึง 177 เท่า พบว่าสามารถกันเชื้อได้ถึง 90%
“ข้อควรระวังในการใช้สเปรย์ดังกล่าว ควรเลือกใช้กับหน้ากากผ้าเท่านั้น เนื่องจากสเปรย์มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ส่วนหน้ากากอนามัยทำมาจากเส้นใยสังเคราะห์ซึ่งอาจละลายเมื่อโดนแอลกอฮอล์” ผศ.ภญ.ดร.จิตติมา กล่าว
ผศ.ภญ.ดร.จิตติมา กล่าวเสริมว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคตอาจมีความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญในด้านสมุนไพรและสิ่งทอ เพื่อพัฒนาให้สเปรย์มีฟังก์ชันในการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้นหรือมีประสิทธิภาพในการกำจัดแบคทีเรียที่ดีขึ้น นอกจากช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้ว ก็ยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้บริโภคได้มีอุปกรณ์เสริมในการป้องกันตนเองทั้งจากไวรัสและมลพิษทางอากาศในยามที่หน้ากากอนามัยขาดแคลนและมีราคาสูง
การผลิต Shield+: Protecting Spray ในขั้นแรกเป็นการเปิดระดมทุนการผลิต 10,000 ขวดแรก เพื่อบริจาคให้กับบุคลากรเบื้องหลังที่อยู่ในโรงพยาบาล ผู้คัดกรองผู้ป่วย คลินิกทันตกรรม หรือบุคลากรที่ไม่สัมผัสผู้ป่วย COVID โดยตรง รวมไปถึงอาสาสมัคร เจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานเก็บขยะ และพนักงานทำความสะอาด ผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์หรือต้องการร่วมสมทบทุนสามารถเข้าไปได้ที่เว็บไซต์เทใจดอทคอม
https://taejai.com/th/d/savethailandspraymask/
จุฬาฯ ชวนร่วมงาน CU Open House 2026 เปิดประตูสู่เส้นทางการเรียนรู้และแรงบันดาลใจ
28–29 มีนาคม 2026 ณ ศาลาพระเกี้ยว จุฬาฯ
ผู้บริหารสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาฯ เข้าพบนายกสภามหาวิทยาลัย หารือการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ของสถาบันฯ
ผู้บริหารสถาบันวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพฯ จุฬาฯ เข้าพบนายกสภาจุฬาฯ หารือทิศทางการพัฒนาสถาบันฯ
คอนเสิร์ตการกุศล “สรวลสนานจุฬาฯ – สุนทราภรณ์ สู้มะเร็ง” งดงามประทับใจ ระดมทุนเพื่อกองทุนภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง จุฬาฯ
สภาพนักงานมหาวิทยาลัยเชียงใหม่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ศึกษาดูงานจุฬาฯ ด้านการพัฒนาสวัสดิการแก่บุคลากร
จุฬาฯ ร่วมช่อง 7HD และภาคีเครือข่ายมอบเงินบริจาคให้มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โครงการ “จุฬาฯ เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่อง 7HD รวมใจ ฝ่าภัยน้ำท่วมใต้”
จุฬาฯ มีลักษณะของความเป็นพี่น้อง ความอบอุ่น เป็นสังคมที่อยากอนุรักษ์ไว้ ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จุฬาฯ มีลักษณะของความเป็นพี่น้อง ความอบอุ่น เป็นสังคมที่อยากอนุรักษ์ไว้
ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับท่าน และเพื่อพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ตรงต่อความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น ท่านสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และท่านสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
ท่านสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้กลุ่มนี้มีความจำเป็นต่อการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น ความปลอดภัย ระบบเครือข่าย และการบันทึกความยินยอม จึงไม่สามารถปิดการใช้งานได้ รายละเอียดคุกกี้
คุกกี้กลุ่มนี้ช่วยให้มหาวิทยาลัยเข้าใจพฤติกรรมการใช้งาน เช่น จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่ได้รับความนิยม และประสิทธิภาพของเนื้อหา เพื่อใช้ปรับปรุงคุณภาพเว็บไซต์ โดยจะเก็บข้อมูลในลักษณะไม่ระบุตัวตน รายละเอียดคุกกี้
คุกกี้กลุ่มนี้ช่วยวิเคราะห์รูปแบบการใช้งาน เช่น การคลิก การเลื่อนหน้า หรือเส้นทางการใช้งาน เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้งาน โดยไม่มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง รายละเอียดคุกกี้
ใช้จดจำการตั้งค่าของผู้ใช้งานเพื่อให้แสดงผลเว็บไซต์ตามภาษาที่เลือก รายละเอียดคุกกี้