จุฬาฯ จัดงาน “น้องชวนพี่ ชมจุฬาฯ” ครั้งที่ 3 นิสิตเก่าชมความก้าวหน้า นวัตกรรมด้านสุขภาพและการกีฬาของจุฬาฯ

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน 2566 ศูนย์พัฒนกิจและนิสิตเก่าสัมพันธ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดโครงการ Campus Tour for Alumni “น้องชวนพี่ ชมจุฬาฯ” ครั้งที่ 3 เพื่อสร้างเครือข่ายและความสัมพันธ์อันดีระหว่างมหาวิทยาลัยและนิสิตเก่า พร้อมรับทราบข้อมูลความก้าวหน้าในด้านต่างๆ ของจุฬาฯ โดยงานในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้กิจกรรมหลัก “นวัตกรรมด้านสุขภาพและการกีฬา” มีนิสิตเก่า จุฬาฯ จากคณะต่างๆ เข้าร่วมจำนวน 30 คน ท่ามกลางบรรยากาศการจัดงานอันอบอุ่นและประทับใจยิ่ง


โครงการ Campus Tour for Alumni “น้องชวนพี่ ชมจุฬาฯ” ครั้งที่ 3 เริ่มต้นด้วยนิสิตเก่าจำนวน 30 คนร่วมสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปิยมหาราชและสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า โดยมีคุณมกร พงษ์ธนพฤกษ์ ที่ปรึกษาศูนย์พัฒนกิจและนิสิตเก่าสัมพันธ์ให้การต้อนรับ


จากนั้นนิสิตเก่าและสื่อมวลชนได้เดินทางไปเยี่ยมชมอุทยาน 100 ปีจุฬาฯ ซึ่งสร้างขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีแห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บนพื้นที่ 29 ไร่ บริเวณซอยจุฬาลงกรณ์ 5 ระหว่างซอยจุฬาลงกรณ์ 9 กับถนนบรรทัดทอง เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตพาณิชย์ของมหาวิทยาลัย โดยพัฒนาสภาพแวดล้อมที่สวยงาม เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ รวมถึงพื้นที่ทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์หลายรูปแบบ อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ ได้รับรางวัลต่างๆ ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ เช่น ได้รับคัดเลือกโดยสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ให้เป็นผลงานออกแบบสถาปัตยกรรมดีเด่น (ASA AD Award) ในปี 2561 รางวัลชนะเลิศในสาขาโครงการสร้างเสร็จระดับใหญ่ จาก World Landscape Architecture Awards 2019 และเป็นหนึ่งในอุทยานต้นแบบของโลกที่หลายสถาบันให้ความสนใจเข้ามาศึกษาดูงาน






ต่อมาได้เดินทางไปยังโรงงานต้นแบบการผลิตวัคซีนจุฬาฯ – ใบยา ณ ชั้น 11 อาคารจุฬาพัฒน์ 14 ชมความก้าวหน้าในการพัฒนานวัตกรรมการผลิต “วัคซีนจุฬาฯ – ใบยา” วัคซีนป้องกันโควิด-19 ฝีมือคนไทย โดยมี ผศ.ภญ.ดร.สุธีรา เตชคุณวุฒิ อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ Co-Founder และ CEO บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด บรรยายสรุปและนำนิสิตเก่าจุฬาฯ พร้อมด้วยสื่อมวลชนชมโรงงานต้นแบบในการผลิตวัคซีน



“วัคซีนจุฬาฯ – ใบยา” เป็นวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิด subunit vaccine ผลิตจากใบพืชซึ่งเป็นใบยาสูบสายพันธุ์ออสเตรเลีย วัคซีนรุ่นที่ 1 ได้ผ่านการทดสอบทั้งในสัตว์ทดลองและในอาสาสมัครตั้งแต่ ปี 2565 ส่วนวัคซีนรุ่นที่ 2 ได้ผ่านการทดสอบใน Phase 1 แล้ว ผลการทดสอบสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี ปัจจุบันกำลังเข้าสู่การทดสอบใน Phase 2 ซึ่งจะสิ้นสุดในช่วงสิ้นปี 2566 เป็นการทดสอบในลักษณะวัคซีนบูสเตอร์ หรือ booster dose โดยใช้อาสาสมัครจำนวน 70 – 100 คน อายุ 18 – 60 ปี ซึ่งจะมีการเปิดรับสมัครอาสาสมัครโครงการทดสอบวัคซีนในช่วง 1 – 2 เดือนนี้ ทั้งนี้ การทดสอบวัคซีนจุฬาฯ – ใบยาใน Phase 3 หากได้รับงบประมาณสนับสนุนก็จะดำเนินการต่อไปได้ โดยโรงงานต้นแบบการผลิตวัคซีนจุฬาฯ – ใบยา สามารถผลิตวัคซีนได้ 5 ล้านโดสต่อเดือน 60 ล้านโดสต่อปี นอกจากการผลิตวัคซีนแล้ว โรงงานต้นแบบดังกล่าวยังสามารถใช้ในการผลิตยารักษามะเร็งได้ด้วย


จากนั้น นิสิตเก่าและสื่อมวลชนเดินทางมายังห้องรับรอง ชั้น 8M อาคารจุฬาพัฒน์ 14 รับฟังการบรรยายแนะนำคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาฯ โดย รศ.ดร.ชัยพัฒน์ หล่อศิริรัตน์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาฯ รวมทั้งได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการทางสรีรวิทยาการออกกำลังกาย อุโมงค์น้ำ (Swimming Flume) นวัตกรรมเสริมความแกร่งให้นักกีฬาว่ายน้ำ และชมห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์การกีฬา ณ ชั้น 1 อาคาร จุฬาพัฒน์ 8 โดยมี อ.ดร.คุณัญญา มาสดใส ผู้ช่วยคณบดีด้านบริการวิชาการและวิจัย และ อ.ดร.ภัทราวุธ ขาวสนิท ผู้ช่วยคณบดีด้านกิจการนิสิตและนิสิตเก่าสัมพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาฯ เป็นวิทยากร


อุโมงค์น้ำ (Swimming Flume) ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการพัฒนาสมรรถภาพการว่ายน้ำในท่าต่างๆ ของนักกีฬา มีความลึก 1.5 เมตร และสร้างคลื่นน้ำที่ความเร็ว 7 ระดับ โดยความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 2 เมตรต่อวินาที นักว่ายน้ำสามารถลงได้ทีละหนึ่งคนในการฟิตซ้อมว่ายน้ำโต้คลื่นระยะสั้น เพื่อเสริมสร้างความฟิตและความเร็ว มีการออกแบบให้น้ำในอุโมงค์ไหลจากอีกด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งด้วยความเร็วน้ำเท่ากันทุกระดับความลึกและตลอดความกว้างของอุโมงค์น้ำ โดยมีการควบคุมความเร็ว ในการไหลของน้ำจากคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นการทดสอบสมรรถภาพของนักกีฬาในการว่ายน้ำ การฝึกฝน การฟื้นฟูอาการบาดเจ็บในส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพของคนทั่วไป โดยมีการกำหนดความเร็วการไหลของน้ำในอุโมงค์ให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ที่ต้องการ





ปิดท้ายด้วยนิสิตเก่าจุฬาฯ และสื่อมวลชนรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 อาคารจุฬาพัฒน์ 8 โดยมี ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล ที่ปรึกษาด้านแบรนด์ จุฬาฯ กล่าวต้อนรับ และนายโภไคย ศรีรัตโนภาส ผู้ช่วยอธิการบดี งานด้านกิจการพิเศษ กล่าวถึงการนำแพลตฟอร์ม CU NEX มาใช้งานสำหรับนิสิตจุฬฯ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวสะดวกรวดเร็วในการบริหารจัดการการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย







