เพลงมหาวิทยาลัย

เพลงดาวจุฬาฯ

ผู้ประพันธ์ทำนอง

เอื้อ สุนทรสนาน

ผู้ประพันธ์เนื้อร้อง

แก้ว อัจฉริยะกุล

ประวัติความเป็นมา

ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๘๐ – พ.ศ. ๒๔๙๐ เป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญ วิถีชีวิตและความบันเทิงในรูปแบบของชาวตะวันตกหลั่งไหลเข้าสู่การดำเนินชีวิตของสังคมชาวเมือง เช่น วัฒนธรรมการสวมหมวก วัฒนธรรมในการสนทนา เหล่านี้เป็นต้น การเต้นรำนับเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงรูปแบบความบันเทิง ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งในสโมสรต่างๆ ในพระนคร ทั้งระดับผู้บริหาร ข้าราชการ ประชาชน และนิสิต นักศึกษา ในระยะนั้น วงดนตรีสุนทราภรณ์ของครูเอื้อ สุนทรสนาน จะเป็นผู้บรรเลงดนตรีสำหรับการเต้นรำบอลรูมทั่วไป รวมทั้งงานประจำปีของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วย ทุกครั้งที่ครูเอื้อนำวงมาบรรเลงให้จุฬาฯ ท่านมักจะประพันธ์เพลงขึ้นใหม่เพิ่มเติม และเพลง “ดาวจุฬาฯ” นี้ ครูเอื้อได้ แต่งขึ้นไว้เคียงคู่กับเพลง “ดาวสังคม” ซึ่งเป็นเพลงประจำวงสุนทราภรณ์ ซึ่งได้กล่าวถึงสุภาพสตรีที่มีความเด่นปรากฎในสังคมยุคนั้น ในขณะที่สุภาพสตรีที่มีการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยก็มีปรากฏเป็นจำนวนน้อย อีกทั้งยังมีมหาวิทยาลัยที่เปิดการเรียนการสอนอยู่เพียงไม่กี่แห่ง นิสิตหญิงที่ศึกษาอยู่ที่จุฬาฯ จึงมีความเด่นไปด้วยในสังคม

เนื้อร้อง

ภายในจุฬาฯ เขตจามจุรีรั้วสีชมพู เห็นนางคนหนึ่งงามหรู สวยเป็นดาราที่รู้ทั่วไป แม่เป็นขวัญตาแก่ชาวจุฬาฯ สมค่าพึงใจ จะมองแห่งใด ถูกตาถูกใจ ไม่มีแห่งไหนลวงตา ชวนนิยม โฉมที่คนงามข่มคำกวี เฉิดฉวี รัชนี มิเทียมเทวี แม่เป็นศรีจุฬาฯ รูปสอางค์ รูปอย่างนางฟ้าสรรค์สร้างให้มา เกิดเป็นดาวจุฬาฯ เด่นดาราเหล่าจุฬาฯ ต่างก็พากล่าวว่านางสวยเฉิดฉันท์ โสภาผ่องพรรณ แม่งามกว่าจันทร์ เหมือนขวัญจุฬาฯ สวยจนดาวอื่นอิจฉา เย้ยดวงดาราหมดฟ้ารวมกัน แม่งามละมุน เกิดมาคู่บุญเนื้ออุ่นลาวัลย์ เหล่าชายผูกพัน จุฬาฯ ใฝ่ฝันเพียงยิ้มเท่านั้นลานใจ ดาวสังคมนั้นยังงามไม่ข่มดาวจุฬาฯ งามหนักหนา แม้นใครมาเห็นดาวจุฬาฯ ตื่นผวาอาลัย กล่าวให้ซึ้ง พร่ำรำพึงมิได้ครึ่งทรามวัย ดาวจุฬาฯ คือใครอยู่ที่ใดเลิศวิไล เด่นปานใด เหล่าจุฬาฯ รู้ข่าวนั้น

จุฬาฯ มีลักษณะของความเป็นพี่น้อง ความอบอุ่น เป็นสังคมที่อยากอนุรักษ์ไว้

ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย